การดูแลตนเองเมื่อรักษาโรคมะเร็งโดยเคมีบำบัด

การดูแลตนเองหรือการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื่อทำการรักษาโรคมะเร็งโดยการใช้เคมีบำบัดนั้นก็มีส่วนสำคัญในการรักษาเหมือนกัน ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษาควรศึกษาวิธีปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับเคมีบำบัด

– รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
– พักผ่อนให้เพียงพอและเพิ่มการนอนพักในช่วงกลางวันอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
– หากมีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ
– ควรทำอารมณ์และจิตใจให้พร้อมรับการรักษา โดยลดความกลัวและความวิตกกังวลลง
– หากมีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ ควรพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนเริ่มรับยาเคมีบำบัด แต่ถ้าต้องการรักษาฟันผุหรือเหงือกอักเสบระหว่างนับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด จะต้องตรวจเลือดก่อนทำฟันเพื่อดูจำนวนเกร็ดเลือด
– รับประทานอาหารก่อนเริ่มรับยาเคมีบำบัดประมาณ 2–3 ชม.ควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเริ่มรับยา

การดูแลตนเองขณะรับเคมีบำบัด

– สังเกตผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา ถ้ารู้สึกปวด บวม แดง หรือสงสัยมียารั่วซึมออกนอกหลอดเลือด ต้องแจ้งพยาบาลทันที
– ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับสารเคมีที่อาจตกค้างในร่างกายออกทางปัสสาวะ
– ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้แจ้งพยาบาลทันที

การปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้านจากการเข้ารับเคมีบำบัด

– ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ หลีกเลี่ยงการทำงานหนักและควรพักผ่อนให้เพียงพอ
– ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
– รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักและผลไม้ ควรรับประทานอาหารที่รสไม่จัด ย่อยง่าย และดื่มน้ำมาก ๆ ไม่น้อยกว่าวันละ 2–3 ลิตร
– หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด เช่น โรงภาพยนตร์ และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ป่วยโรคติดเชื้อต่าง ๆ เช่น ไข้หวัด วัณโรคปอด ผู้ป่วยที่มีไข้
– การมีเพศสัมพันธ์จะต้องไม่รุนแรง และคู่สมรสจะต้องไม่มีการติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์ ยกเว้นในรายที่มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือตามคำแนะนำของแพทย์
– ภายหลังได้รับยาเคมีบำบัดประมาณ 2 สัปดาห์ ควรรับการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไขกระดูก และนำผลเลือดมาให้แพทย์ดูรวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ

ที่สำคัญจะต้องกลับมารับยาเคมีบำบัดตามแพทย์นัด ในกรณีที่มีอาการผิดปกติไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

การรักษามะเร็งโดยเคมีบำบัด

เคมีบำบัดคืออะไร (Chemotheoapy)

เคมีบำบัดก็คือการใช้ยาเพื่อรักษาโรค ซึ่งมีที่มาจากคำสองคำ คือเคมี (Chemical) กับ บำบัด (Therapy) ปัจจุบันเคมีบำบัดใช้สำหรับรักษาโรคมะเร็ง

ยาเคมีบำบัด ก็คือยาที่ออกฤทธิ์ในช่วงเวลาที่เซลล์แตกตัวแล้วมีผลทำให้เซลล์ตายลง เซลล์มะเร็งมีลักษณะที่สามารถแตกตัวและเพิ่มจำนวนได้อย่างมากภายในเวลาอันสั้น จึงนำเอาคุณลักษณะนี้มาใช้ในการฆ่าเซลล์มะเร็ง และทำให้เนื้องอกหดตัวลง แต่ในร่างกายของเราไม่ได้มีเซลล์มะเร็งที่แตกตัว และเพิ่มจำนวนเท่านั้น ยังมีเซลล์อื่น ๆ ที่แตกตัวและผลัดเปลี่ยนเซลล์อยู่ตลอดเวลา

ดังนั้น ยาพวกนี้ก็ออกฤทธิ์กับเซลล์ปกติด้วยเช่นกัน เมื่อใช้ยาเคมีจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ผมร่วง กระเพาะและลำไส้ไม่ดี เบื่ออาหาร ภูมิต้านทานลดต่ำทำให้ติดเชื้อง่าย เป็นต้น เพราะในจำนวนเซลล์ปกติของร่างกาย จะมีเซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ในส่วนของเซลล์ผนังกระเพาะและลำไส้ใหญ่ หรือเซลล์รากขน รวมถึงเซลล์ภูมิคุ้มกัน(เม็ดเลือดขาว) เมื่อให้ยาเคมีเข้าไปในร่างกายแล้ว เซลล์ปกติเหล่านี้จึงได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

วิธีการให้เคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดสามารถบริหารเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยได้หลายวิธี ได้แก่
เคมีบำบัดชนิดรับประทาน ยาเคมีบำบัดบางชนิดอาจไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจากระบบทางเดินอาหารดูดซึมไม่ดี หรือยามีการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารมาก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียได้
เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากช่วยให้ยาสามารถกระจายไปทั่วร่างกายได้รวดเร็ว
เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยม เพราะยาทำให้เกิดการระคายเคืองและทำลายผิวหนังและกล้ามเนื้อได้

ที่มา ไกรภพ สาระกูล. พลังธรรมชาติบริสุทธิ์ ยุติมะเร็ง. (หน้า 20-21) : พิมพ์ที่ บริษัท ฐานบัณฑิต จำกัด