สาเหตุมะเร็งตับ

บทความนี้เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับกัน ซึ่งถ้ารู้ไว้เราอาจจะป้องกันตัวเองจากมะเร็งตับได้ ซึ่งมะเร็งตับนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ในเพศชายและอันดับ 2 ในเพศหญิง

สาเหตุมะเร็งตับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

1. สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากปัจจัยภายนอก
สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากปัจจัยภายนอกนี้ ก็คือการได้รับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่ได้มาจากภายนอกร่างกายแล้วนำเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่
– สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่ม
– รังสีเอ็กซเรย์ อุลตราไวโอเลตจากแสงแดด
– เชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสฮิวแมนแพบพิลโลมา
– การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
– จากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น

2. สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย
สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกายนั้น ส่วนมากจะพบผู้ป่วยที่มีสาเหตุนี้น้อย เช่น
– เด็กที่มีความพิการ มาแต่ กำเนิดมีโอกาสเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
– การมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่องและภาวะ ทุพโภชนาการ

จะเห็นว่ามะเร็งตับนั้นมีสาเหตุหลักเช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ นั่นก็คือเกิดจากปัจจัยภายนอก ดังนั้นถ้าเรารู้และปฎิบัติอย่างถูกต้องก็คงสามารถป้องกันมะเร็งได้ดีทีเดียว สำหรับสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายในนั้น ถ้าหากใครรู้ว่าตัวเองมีปัจจัยที่เสี่ยงก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำชี้แนะต่อไป

สาเหตุโรคมะเร็งปากมดลูก

บทความนี้เรามาดูสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งด้วยโรคมะเร็งของผู้หญิงกัน ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรและจะป้องกันได้ยังไง

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

เราทราบมาแล้วว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาหรือเชื้อเอชพีวีบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะบริเวณปากมดลูก ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อ HPV หรือเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้น ได้แก่ การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย หรือมีการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยเป็นต้น ปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้เป็นเพียงปัจจัยที่ส่งเสริมและทำให้การติดเชื้อ HPV รุนแรงขึ้นจนเป็นมะเร็งปากมดลูก

1. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง
– การมีคู่นอนหลายคน
– การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อยกว่า 17 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการกลายรูปของเซลล์ปากมดลูกมาก ช่วงนี้จะมีความไวต่อสารก่อมะเร็งสูงมากโดยเฉพาะเชื้อ HPV
– การตั้งครรภ์และการคลอดลูก จำนวนครั้งของการคลอดลูกมากกว่า 4 ครั้ง มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น
– มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม ซิฟิลิส และหนองใน เป็นต้น
– การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ ถ้านานกว่า 5 ปี และ 10 ปี จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
– ไม่เคยได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมาก่อน

2. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายชาย เนื่องจากส่วนใหญ่ของการติดเชื้อเอชพีวีบริเวณอวัยวะเพศได้มาจากการมีเพศสัมพันธ์
– สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
– สตรีที่แต่งงานกับชายที่เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
– ผู้ชายที่เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
– ผู้ชายที่มีประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุน้อย
– ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน

3. ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายหรือเร็วขึ้นได้แก่
– การสูบบุหรี่
– ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น โรคเอดส์ และการได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

จากสาเหตุและปัจจัยของการเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้นส่วนมากจะมาจากปัจจัยภายนอกและการปฎิบัติตัว ดังนั้นเราสามรถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ ถ้าหากรู้จักปฎิบัติตัวที่ดี

ตากแดดตอนกลางวันนาน ๆ แล้วเป็นมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนัง?

มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบได้น้อยประมาณร้อยละ 5 ของมะเร็งทั้งหมด และมะเร็งผิวหนังยังมีความพิเศษที่แตกต่างจากมะเร็งทั้งหมด คือ สามารถรู้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การรักษาจึงทำได้ตั้งแต่ต้น ทำให้ผลการรักษาดี ผู้ป่วยมีโอกาศหายขาดจากมะเร็งผิดหนังสูงกว่ามะเร็งแบบอื่น ๆ

มะเร็งผิวหนังมักเป็นในคนผิดขาว เพราะคนผิดขาวไม่มีเซลล์เม็ดสี หรือที่เราเรียกกันว่า เมลาโนไซท์ (melanocyte) หรือมีน้อยมากนั่นเอง แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมผิวขาวเพราะสวยกว่าผิวดำ แต่ที่จริงนั้นคนผิวขาวนั้นอ่อนแอกว่าคนผิวดำ เนื่องจากไม่มีเซลล์เม็ดสีคอยช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดด และรังสีต่าง ๆ ให้

เมื่อถูกแสงแดด เซลล์เม็ดสีจะสร้างสีดำขึ้นมาปกป้องชันที่อยู่ใต้มันเอาไว้ เหมือนกับเรากำลังกางร่มเวลามีแดดร้อน ด้วยเหตุนี้เวลาคนผิวคล้ำโดนแดดจะไม่ค่อยเกิดอันตรายเท่าไหร่ ต่างจากคนผิดขาวซึ่งเมื่อถูกแสงแดดแล้วไม่มีเม็ดสีมาปกป้อง

พวกเราเคยได้รับรู้มาว่าให้ไปตากแดดบ้างเพื่อที่ผิวจะได้สร้างวิตามินดี และจะทำให้กระดูกแข็งแรง จนเกิดทำให้หลายคนเข้าใจผิดแล้วไปตากแดดทั้งวันจนตัวดำ ด้วยหวังว่าจะได้วิตามินเยอะ ๆ แต่ความจริงแล้ว การตากแดดตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นเพียงสิบห้านาที ผิวหนังก็สามารถสร้างวิตามินดีได้อย่างเพียงพอแล้ว โดยไม่ต้องตากแดดทั้งวัน การตากแดดกลางวันอาจเป็นอันตรายมากกว่า เนื่องจากในแสงแดดมีรังสียูวี ซึ่งแบ่งเป็น ยูวีเอ ยูวีบี ยูวีซี รังสียูวีซีมีอันตรายที่สุดแต่เราไม่โดนเพราะชั้นบรรยากาศได้บังเอาไว้ เราจะโดนรังสียูวีเอ กับยูวีบี ซึ่งถ้าโดนเต็ม ๆ ช่วงเวลาสิบโมงเช้าถึงสามโมงเย็นจะโดนเต็ม ๆ มากที่สุด ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาดังกล่าว

แล้วการทาคลีมกันแดดจะช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้หรือไม่

บางคนชอบทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวี แต่เราควรทราบก่อนว่าครีมเหล่านั้นกันเฉพาะยูวีบีเป็นหลัก โดยการเลือกครีมควรเลือกที่มีค่า spf (sun protection factor) มากกว่า 25 ขึ้นไป จึงจะพอกันรังสีได้ แต่ไม่ได้กันรังสียูวีเอ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่กันได้ โดยการจะเห็นสัญลักษณ์เป็นรูปวงกลมมีตัวอักษรที่เขียนว่า uva อยู่ข้างใน นอกจากนี้ยังพบอีกว่าครีมส่วนมากที่ขายในไทยมี spf น้อยกว่าที่เขียนไว้ข้างนอกอย่างมาก ดังนั้นการใช้ครีมเหล่านี้ควรจะซื้อในโรงพยาบาลที่มีขายจะได้มาตรฐานกว่า

ดังนั้น เราไม่ควรตากแดดในตอนกลางวันนาน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังใด้ ถ้าต้องการถูกแสงแดดขอแนะนำว่าให้เป็นช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงเย็น เพราะแสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยสังเคราะห์วิตามินดีให้กับร่างกาย ซึ่งเป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ ฉะนั้นการตากแดดในช่วงเช้าก่อน 10 โมงเช้า และตอนเย็นหลังเวลา 4 โมงเย็น จะช่วยลดการเกิดมะเร็ง เป็นกระบวนการลด Malanoma หรือเนื้องอกชนิดร้ายแรงของเซลล์มะเร็งนั่นเอง

การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เพื่อป้องกันมะเร็ง

การสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่ที่มีจำหน่ายหรือบุหรี่ที่มวนเอง ทั้งซิการ์ กล้องยาสูบ หรือการเคี้ยวยาสูบ จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคมะเร็งปอด มะเร็งในช่องปาก กล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งของตับอ่อน

การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เป็นการป้องกันมะเร็งวิธีหนึ่ง เพราะในบุหรี่จะมีสารทาร์และนิโคติน ซึ่งก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้ โดยผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวน/วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ถึง 8 – 10 เท่าของผู้ที่ไม่สูบ และ 80% ของผู้ที่เป็นมะเร็งปอด เกิดจากการสูบบุหรี่

จากสถิติที่กล่าวมานี้ชี้ให้เห็นว่า โอกาสของผู้ที่สูบบุหรี่ที่จะเกิดมะเร็งนั้นมีสูงกว่าคนปกติทั่วไป


หลีกเลี่ยงบุหรี่เพื่อป้องกันมะเร็ง

หลีกเลี่ยงบุหรี่เพื่อป้องกันมะเร็ง


แม้ว่าประเทศไทยจะมีการรณรงค์ควบคุมการสูบบุหรี่อย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้ที่สูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเพศหญิง ดังนั้นการลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่างหนึ่งก็คือการลดการสูบบุหรี่

สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งนั้น เกิดได้ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน แต่โดยสาเหตุหลัก ๆ แล้วมะเร็งเกิดจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน เพราะสภาพแวดล้อมภายนอกนั้นส่งผลกระทบได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับร่างกายมากที่สุด

ปัจจัยภายนอก

สาเหตุสำคัญที่สุดของปัจจัยภายนอกนั้น คือสภาพแวดล้อมและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม อากาศ สิ่งเสพติด และอื่น ๆ เป็นต้น โดยเฉพาะอาหาร คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกิดมะเร็งเลยก็ว่าได้ เพราะอาหารมีอยู่มากมายหลายชนิดที่มีสารก่อมะเร็งอยู่ และผู้ที่เป็นมะเร็งส่วนใหญ่ก็มักจะมีสาเหตุจากการทานอาหารที่ไม่ถูกลักษณะ

ทั้งนี้ ปัจจัยภายนอก สามารถแบ่งออกเป็น
– สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร
– รังสีอัลตราไวโอเลต รังสีเอกซเรย์
– เชื้อไวรัสบางชนิด
– เชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
– เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายในนั้นมีทั้งเกิดจากภาวะของจิตใจเช่น ความเครียด ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากความผิดปกติของร่างกายเอง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวมีความพิการมาแต่กำเนิด โรคภูมิแพ้บกพร่อง การขาดวิตามินบางชนิด ฯลฯ

จากสาเหตุการเกิดมะเร็งต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกคนมีโอกาศที่จะหลีกเลี่ยงได้ เพราะจะสังเกตว่ามะเร็งส่วนมากเกิดจากปัจจัยภายนอก ดังนั้น เราควร เลิกหรือลดพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ พวกนี้เราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้ ซึ่งก็อยู่ที่การปฏิบัติตัวของแต่ละบุคคลเช่นกัน