รู้จักกับมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะสามารถตรวจพบได้เร็ว และติดตามการรักษาได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติของโรคที่เจริญเติบโตช้า ในบรรดามะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยนั้นมีเพียงชนิดเดียวที่ยากต่อการรักษา คือมะเร็งของเม็ดสี ที่เรียกกันว่า มะเร็งไฝดำ แต่จะมีการกระจายไปตามกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว

การป้องกันและการรักษามะเร็งผิวหนัง

– หลีกเลี่ยงการโดนแดดมากเกินไปหรือการอาบแดด โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ควรดูแลให้ใส่เสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดด และสวมหมวก เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดด
– หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรออกไปเผชิญกับแดดในช่วงเวลาตั้งแต่ 11:00 – 15:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดรุนแรงที่สุดของวัน
– ถ้าจำเป็นต้องโดนแดดก็ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวและทาครีมกันแดด
– หมั่นตรวจสอบความผิดปกติของผิวหนังด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และหากสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง หรือแพทย์ผิวหนังทันที และควรตรวจเช็คอย่างละเอียดทุกๆ 6 เดือนหรือ 1 ปี
– รับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระให้บ่อยครั้งขึ้นต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะหลังจากที่ต้องเผชิญกับแสงแดดรุนแรง หรือเกิดผิวหนังไหม้พุพอง เพื่อเป็นตัวช่วยให้ร่างกายสามารถเยียวยาตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหากคุณเป็นคนที่ชอบอาบแดดเป็นประจำ ควรรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

มะเร็งผิวหนังที่พบบ่อย

1. มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในชั้นฐานของหนังกำพร้า (Basal Cell Carcinoma) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนใส ขอบม้วน มักจะพบในบริเวณที่ถูกแสดงแดด เช่น ใบหน้า
2. มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า (Squamous Cell Carcinoma) มีลักษณะเป็นนูน แดง ผิวหนังแตกเป็นแผล เลือดออกง่าย พบบ่อยบริเวณใบหน้า ริมฝีปาก ขอบใบหู และยังสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ได้ มักขยายเป็นวงกว้างได้เร็วกว่ามะเร็งผิวหนังแบบแรก
3. มะเร็งที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (Malignant Melanoma) มีลักษณะคล้ายไฝหรือขี้แมลงวัน หรือ เป็นจุดดำบนผิวหนัง มักพบบนฝ่ามือ ฝ่าเท้า ใต้เล็บ สัญญาณอันตรายของมะเร็งผิวหนังชนิดนี้คือ มีการเปลี่ยนแปลงของผิวที่เป็นไฝ เช่น มีการตกสะเก็ด ลอก มีอาการปวด มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมา

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งผิวหนัง

– งดการถูกแสงแดดจัด ๆ เป็นเวลานาน เพราะแสงแดดสามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
– เมื่อเกิดแผลเรื้อรัง ซึ่งรักษาไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของหูด ปาน และไฝ หรือแผลเป็น คือ มีสีเข้มขึ้น ขยายขนาดขึ้น หรือแตกออกเป็นแผล ควรได้รับการตรวจรักษาโดยเร็ว

มะเร็งผิวหนังแม้ว่าจะรักษาให้หายได้และเป็นโรคที่เจริญเติบโตช้า แต่ว่าถ้าหากเป็นแล้วการที่จะรักษาต้องใช้เวลา บางคนถ้าเป็นโรคผิวหนังที่ใบหน้าก็อาจจะทำให้ใบหน้ามีรอยตำหนิได้ ดังนั้น ถ้าหากสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งผิวหนังควรไปพบแพทย์ และหมั่นป้องกันตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จำไว้ว่ามะเร็งเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

ตากแดดตอนกลางวันนาน ๆ แล้วเป็นมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนัง?

มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบได้น้อยประมาณร้อยละ 5 ของมะเร็งทั้งหมด และมะเร็งผิวหนังยังมีความพิเศษที่แตกต่างจากมะเร็งทั้งหมด คือ สามารถรู้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การรักษาจึงทำได้ตั้งแต่ต้น ทำให้ผลการรักษาดี ผู้ป่วยมีโอกาศหายขาดจากมะเร็งผิดหนังสูงกว่ามะเร็งแบบอื่น ๆ

มะเร็งผิวหนังมักเป็นในคนผิดขาว เพราะคนผิดขาวไม่มีเซลล์เม็ดสี หรือที่เราเรียกกันว่า เมลาโนไซท์ (melanocyte) หรือมีน้อยมากนั่นเอง แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมผิวขาวเพราะสวยกว่าผิวดำ แต่ที่จริงนั้นคนผิวขาวนั้นอ่อนแอกว่าคนผิวดำ เนื่องจากไม่มีเซลล์เม็ดสีคอยช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดด และรังสีต่าง ๆ ให้

เมื่อถูกแสงแดด เซลล์เม็ดสีจะสร้างสีดำขึ้นมาปกป้องชันที่อยู่ใต้มันเอาไว้ เหมือนกับเรากำลังกางร่มเวลามีแดดร้อน ด้วยเหตุนี้เวลาคนผิวคล้ำโดนแดดจะไม่ค่อยเกิดอันตรายเท่าไหร่ ต่างจากคนผิดขาวซึ่งเมื่อถูกแสงแดดแล้วไม่มีเม็ดสีมาปกป้อง

พวกเราเคยได้รับรู้มาว่าให้ไปตากแดดบ้างเพื่อที่ผิวจะได้สร้างวิตามินดี และจะทำให้กระดูกแข็งแรง จนเกิดทำให้หลายคนเข้าใจผิดแล้วไปตากแดดทั้งวันจนตัวดำ ด้วยหวังว่าจะได้วิตามินเยอะ ๆ แต่ความจริงแล้ว การตากแดดตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นเพียงสิบห้านาที ผิวหนังก็สามารถสร้างวิตามินดีได้อย่างเพียงพอแล้ว โดยไม่ต้องตากแดดทั้งวัน การตากแดดกลางวันอาจเป็นอันตรายมากกว่า เนื่องจากในแสงแดดมีรังสียูวี ซึ่งแบ่งเป็น ยูวีเอ ยูวีบี ยูวีซี รังสียูวีซีมีอันตรายที่สุดแต่เราไม่โดนเพราะชั้นบรรยากาศได้บังเอาไว้ เราจะโดนรังสียูวีเอ กับยูวีบี ซึ่งถ้าโดนเต็ม ๆ ช่วงเวลาสิบโมงเช้าถึงสามโมงเย็นจะโดนเต็ม ๆ มากที่สุด ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาดังกล่าว

แล้วการทาคลีมกันแดดจะช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้หรือไม่

บางคนชอบทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวี แต่เราควรทราบก่อนว่าครีมเหล่านั้นกันเฉพาะยูวีบีเป็นหลัก โดยการเลือกครีมควรเลือกที่มีค่า spf (sun protection factor) มากกว่า 25 ขึ้นไป จึงจะพอกันรังสีได้ แต่ไม่ได้กันรังสียูวีเอ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่กันได้ โดยการจะเห็นสัญลักษณ์เป็นรูปวงกลมมีตัวอักษรที่เขียนว่า uva อยู่ข้างใน นอกจากนี้ยังพบอีกว่าครีมส่วนมากที่ขายในไทยมี spf น้อยกว่าที่เขียนไว้ข้างนอกอย่างมาก ดังนั้นการใช้ครีมเหล่านี้ควรจะซื้อในโรงพยาบาลที่มีขายจะได้มาตรฐานกว่า

ดังนั้น เราไม่ควรตากแดดในตอนกลางวันนาน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังใด้ ถ้าต้องการถูกแสงแดดขอแนะนำว่าให้เป็นช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงเย็น เพราะแสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยสังเคราะห์วิตามินดีให้กับร่างกาย ซึ่งเป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ ฉะนั้นการตากแดดในช่วงเช้าก่อน 10 โมงเช้า และตอนเย็นหลังเวลา 4 โมงเย็น จะช่วยลดการเกิดมะเร็ง เป็นกระบวนการลด Malanoma หรือเนื้องอกชนิดร้ายแรงของเซลล์มะเร็งนั่นเอง