วิธีรักษามะเร็งเต้านม

เราได้รู้จักกับมะเร็งเต้านมกันไปแล้วในบทความ รู้จักกับมะเร็งเต้านม ในบทความนี้เราจะมารู้จักกับวิธีรักษามะเร็งเต้านมกันว่ามีวิธีรักษามะเร็งเต้านมแบบไหนบ้าง วิธีรักษามะเร็งเต้านมแต่ละแบบนั้นรักษายังไง

การรักษามะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านมจะอาศัยทีมแพทย์ในสาขาต่าง ๆ เช่น ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง มาร่วมกันวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวิธีการรักษาของแพทย์ เช่น
– ขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของเซลล์มะเร็ง
– ระยะโรคและการกระจายของมะเร็ง
– อายุและสุขภาพของผู้ป่วย
– ตัวรับฮอร์โมนของมะเร็ง
– ภาวะก่อนหรือหลังหมดประจำเดือน
– ปัจจัยที่บ่งบอกความรุนแรงของเนื้องอก เช่น ยีน HER2

วิธีการรักษามะเร็งเต้านมทั่ว ๆ ไป

วิธีรักษามะเร็งเต้านมทั่ว ๆ ไปประกอบด้วยหลาย ๆ วิธีดังนี้
การผ่าตัด
การให้รังสีรักษา
การให้เคมีบำบัด

มีวิธีรักษามะเร็งเต้านมอีกวิธีหนึ่งก็คือ การให้ฮอร์โมน
การใช้ยาต้านฮอร์โมนจะได้ผลกับมะเร็งเต้านมที่เซลล์มะเร็งมี estrogen receptor positive เท่านั้น การให้ยามีด้วยกัน 2 วิธีคือ
– การให้ยาที่ลดการสร้างฮอร์โมน estrogen
– การให้ยาเพื่อแย่งที่จับกับ estrogen

ผ่าตัดมะเร็งเต้านม

เราได้รู้จักกับมะเร็งเต้านมกันไปบ้างแล้วในบทความ รู้จักกับมะเร็งเต้านม ในบทความนี้เรามารู้จักกับวิธีรักษามะเร็งเต้านมโดยการผ่าตัดมะเร็งเต้านมกัน

การผ่าตัดเต้านมนั้นมีวิธีอยู่ 2 วิธีได้แก่
1. Breast conserving surgery
2. Mastectomy

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Breast conserving surgery

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Breast conserving surgery เป็นการผ่าตัดเอาเนื้อมะเร็งและเนื้อเต้านมรอบ ๆ มะเร็งออกเรียกว่า Lumpectomy บางครั้งหากเป็นมากต้องตัดทั้งเต้านม

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Mastectomy

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Mastectomy คือการผ่าตัดเอา เต้านม ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ และกล้ามเนท้อที่หน้ออกออกซึ่งมีวิธีการผ่าตัดได้หลายชนิด คือ
– simple mastectomy เป็นการผ่าตัดเอาเฉพาะเต้านมออกหมดแต่ต่อมน้ำเหลือง แต่ไม่ตัดกล้ามเนื้อ
– Modife radical mastectomy ผ่าตัดเอาเต้านมและต่อมน้ำเหลือง และกล้ามเนื้อหน้าอกบางส่วนออก
– Radical mastectomy ผ่าตัดเอาเต้านม ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทั้งหมด และกล้ามเนื้อหน้าอกออกหมด

การเลือกวิธีผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Breast conserving surgery กับแบบ Mastectomy

ข้อดีของการผ่าตัดแบบ Lumpectomy คือเต้านมยังคงอยู่ แต่ข้อเสียคือต้องเสียเวลามาทำงานรักษาด้วยรังสี แต่การผ่าตัดแบบ mastectomy ก็อาจจะต้องให้รังสีรักษาด้วยในบางราย การเลือกวิธีรักษาขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
– ผู้ป่วยยังต้องการที่จะมีเต้านมหรือไม่
– ต้องเสียเวลาเพื่อทำการรักษาโดยการฉายแสงหรือไม่
– ต้องการทำผ่าตัดตกแต่งหรือไม่
– การผ่าตัดเต้านมทั้งหมดเพื่อตัดการเจริญเติบโตหรือการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง

อาหารต้านมะเร็งเต้านม

เราได้รู้จักกับมะเร็งเต้านมกันไปแล้วในบทความ รู้จักกับมะเร็งเต้านม ซึ่งเราได้ทราบเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในการเกิดมะเร็งเต้านม การคัดกรอง อาการ การรักษา และวิธีปฎิบัติสำหรับมะเร็งเต้านมกันไปแล้ว ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงอาหารสำหรับมะเร็งเต้านมกัน

อาหารต้านมะเร็งเต้านม

ธัญพืช ควรรับประทานธัญพืช โดยเฉพาะธัญพืชที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง เพราะจะทำให้ได้รับโฟเลท ซึ่งมีผลดีต่อมะเร็งเต้านม

เต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลือง การรับประทานถั่วทำให้ป้องกันและลดอัตราการเติบโตของมะเร็งเต้านมได้ แต่ก็ควรกินอย่างพอเหมาะไม่ควรกินเยอะเกินไปเพราะถ้ากินเยอะเกินไปจะเป็นการส่งผลให้เซลล์เจริญเติบโตแทนเพราะในถั่วมีฮอร์โมนที่คล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง อ่านบทความ ป้องกันมะเร็งด้วยการกินถั่ว

กระเทียมและหอม สารที่อยู่ในกระเทียมและหอมนี้จะช่วยป้องกันมะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกระเทียมป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันลดน้ำตาลในเลือด ต้านการเหนี่ยวนำการเกิดมะเร็งจากสารเคมี ลดการเจริญของเซลล์มะเร็ง และลดคอเรสเตอรอลได้อีกด้วย

พริก ในพริกมีสารที่ช่วยทำให้เซลล์มะเร็งตายได้

ขิงและข่า สารที่อยู่ในขิงและข่ามีส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็งได้

ขมิ้นและพริกไทยดำ สารเคมีธรรมชาติที่พบได้ในขมิ้นและพริกไทยดำ ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกที่เต้านม

ผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด ผลไม้ควรเลือกทานผลไม้ที่มีเส้นใยสูง ผลไม้ที่รับประทานได้ทั้งเปลือกเพราะมีส่วนช่วยในการลดการเกิดมะเร็งได้

กลุ่มผักมีสี ได้แก่ บีทรูท ผักโขม แครอท มะเขือเทศ ยิ่งมีสีเข้มมากย่อมหมายถึงว่ามาสารมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น

กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก ในกระหล่ำมีสารไฟโตเคมิคัล ที่มีสรรพคุณในการต่อต้านมะเร็งเต้านม โดยการปรับเปลี่ยนฮอร์โมนที่ช่วยในการเสริมสร้างมะเร็ง ให้กลายเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการป้องกันมะเร็งแทน

เห็ด มีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง และกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และการวิจัยก็พบอยู่เสมอว่า ชาเขียวก็มีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็งเช่นกัน

ชาเขียว จากการวิจัยพบว่าชาเขียวมีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง ซึ่งถ้ารับประทานกับเห็ดจะป้องกันมะเร็งได้ดียิ่งขึ้น

พืชจากทะเล ผักจากทะเล มีคุณสมบัติช่วยชะลอการเกิดมะเร็งเต้านม เช่น สาหร่ายทะเล

ข้อพึงระวัง ไม่ควรรับประทานข่าดิบเพราะมีพิษ ควรต้มให้สุกก่อน เช่น ต้มยำ ต้มข่า แต่สำหรับขิงนั้นรับประทานได้ทั้งดิบและสุข และยังมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ข้อสังเกตคือพืชในวงศ์ขิง เช่น ขิง, ข่า, ขมิ้น, กระชายเหลือง, กระชายดำ ล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระและต้านมะเร็ง

จะเห็นว่าแค่เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้นก็ทำให้ร่างกายได้รับสารที่มีประโยชน์ตามไปด้วย และจะเห็นว่า อาหารต้านมะเร็งเต้านมได้ ซึ่งอาหารประเภทต่าง ๆ ก็มีคุณสมบัติต่าง ๆ กัน ดังนั้นการกินอาหารให้ครบ และหลากหลายจะทำให้ได้รับประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่เพียงแต่การกินอาหารเท่านั้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงตามไปด้วย

มะเร็งเต้านมระยะแรก

มะเร็งเต้านมระยะแรก

สำหรับสาว ๆ ที่ยังคงกังวลใจกันอยู่ว่าฉันจะเป็นมะเร็งเต้านมไหม จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมรึเปล่า เพราะกลัวว่าถ้าเป็นขึ้นมาจะต้องตัดนมทิ้งเลยทีเดียวแน่นอนค่ะว่าหลาย ๆ คนนั้นค่อนข้างกลัวและวันนี้เราจะมาแนะนำอัตราเสี่ยงหรือระยะแรกของการเริ่มเป็นกันว่ามันจะเป็นยังไง สำหรับใครที่กลัว หรือว่ากังวลว่าฉันนั้นจะเป็นมะเร็งเต้านมมีเทคนิคการดู หรือเช็คตัวเองง่าย ๆ ดังนั้นค่ะสำหรับวิธีการเช็ค และส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับวัยที่มีการเจริญเติบโตของร่างกายเต็มที่แล้วหรือในวัยกลางคนวัยทำงานและวัยทอง

1. จะรู้สึกเจ็บคัดบริเวณเต้านม มากเหมือนนมตั้งเต้าเลย ทั้งๆที่บางทีมันอาจจะตั้งไปเต็มที่แล้ว
2. รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไร แข็งๆในหน้าอก
3. มีการเปลี่ยนแปลงขนาด และรูปร่างของเต้านม บวมใหญ่ผิดปกติ
4. หัวนมมีการหดตัว คัน หรือแดงผิดปกติ
5. ผิวหนังเปลี่ยนแปลง เช่น รอยบุ๋ม ย่น หดตัว หนาผิดปกติ บางส่วนมีสะเก็ด การบวมของรักแร้และต่อมน้ำเหลืองโต

ทั้งหมดนี้เป็นระยะแรกของการเริ่มต้นเพราะฉะนั้นแล้วเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกายรีบไปพบแพทย์ เพื่อ รับคำปรึกษาทันทีไม่ว่าคุณนั้นจะเป็นโรคอะไรก็ตามแต่เนื้อดีเนื้อร้าย หรือว่าโรคมะเร็งอะไรก็ตามแนะนำการรีบไปพบแพทย์เพราะหากทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะเกิดการลุกลามจนทำให้ต้องผ่าตัดหรือตัดตรงเนื้อ ส่วนนั้นทิ้งออกไปก็เป็นได้เพราะฉะนั้นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าผิดสังเกตควรจะไปพบแพทย์ทันทีอย่ารอช้าเพราะว่าการรอระยะเวลานาน ๆ นั้นมันมีผลตามมาเสมอและแน่นอนว่าไม่ใช่ผลดี

สมุนไพรรักษามะเร็งเต้านม

เราได้ รู้จักกับมะเร็งเต้านม กันไปแล้ว ทั้งรู้ว่ามีการรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วย แต่ในบทความนี้เรามาดูสมุนไพรที่ช่วยในการรักษามะเร็งเต้านมกัน

จากการวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรที่ใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม ผลการวิจัยระบุว่า ค้นพบสารสกัดที่เกิดจากสมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก สามารถยังยับมะเร็งร้ายได้ เช่น มะเร็งเต้านม จากผลงานวิจัยชื่อ มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก กับการยับยั้งเชื้อมะเร็ง โดยการทดลองเพาะเลี้ยงเชื้อมะเร็งในห้องทดลองแล้วใช้สารสกัดจากสมุนไพรดังกล่าว แล้วได้ผลดียิ่ง แต่ว่ายังไม่ได้ศึกษาในสัตว์และผู้ป่วยจริง แต่คงอีกไม่ช้า และมีการเผยว่าอาจจะเป็นการปูทางไปสู่การผลิตยาสยบมะเร็งที่สำคัญที่คร่าชีวิตคนไทย เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ยังมีผลไม้บางชนิดที่สามารถยังยั้งมะเร็งได้อีกด้วย เช่น มะม่วง สามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม และนอกจากนี้การศึกษามะม่วงในห้องวิจัยยังพบว่ามะม่วงอาจช่วยป้องกันและรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย และผลการศึกษาสารสกัดจากมะม่วงที่มีผลต่อมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมากบ้างเล็กน้อย แต่กลับมีประสิทธิภาพมากสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมในผู้ชาย

เราได้รู้จักกับมะเร็งเต้านมกันไปแล้วในบทความที่มีหัวข้อว่า รู้จักกับมะเร็งเต้านม ซึ่งในบทความสรุปได้ประมาณว่ามะเร็งเต้านมนั้นจะเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้หญิง แต่ว่าผู้ชายก็มีโอกาศเป็นมะเร็งเต้านมเหมือนกันแต่น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้หญิง ดังนั้นบทความนี้เรามาศึกษาเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมในผู้ชายกัน

ปกตินั้นผู้ชายจะมีเต้านมที่แบนราบกับลำตัว แต่ก็มีผู้ชายบางคนที่มีเต้านมที่ใหญ่ซึ่งอาจจะเป็นทั้ง 2 ข้างหรือว่าเป็นข้างเดียว และก็เกิดข้อสงสัยว่าจะเป็นโรคร้ายหรือไม่ ดังนั้นควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่เต้านมของผู้ชายใหญ่นั้นแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ

1. เต้านมโตจากไขมันบริเวณใต้หัวนมเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้มีเนื้อเต้านมเพิ่มมากขึ้น (pseudogynecomastia)
เกิดเนื่องจากไขมันเพิ่มมากขึ้นบริเวณเต้านม จะสังเกตุได้จากคนตัวอ้วน ๆ มักจะมีเต้านมที่ใหญ่กว่าคนผอม ดังนั้นไม่เป็นอันตรายถ้าผอมลงเต้านมก็จะเล็กลงเอง

2. เต้านมโตจากภาวะที่มีเนื้อเต้านมเพิ่มขึ้น (gynecomastia)
เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างฮอร์โมนเพศหญิงชนิดเอสโตรเจน(estrogen) กับฮอร์โมนเพศชายที่เนื้อเยื่อเต้านมทำให้เกิดมีเนื้อเต้านมเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุความไม่สมดุลนี้เกิดจากกลไกต่าง ๆ เช่น มีระดับฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มมากขึ้นในเพศชาย หรือว่าจะมีฮอร์โมนเพศชายลดลง หรือแม้แต่ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาหม้อ ยาลูกกลอน ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน

3. มะเร็งเต้านม

อย่างที่รู้กันแล้วว่ามะเร็งเต้านมในผู้ชายนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะน้อยกว่าผู้หญิงมาก ถ้าพบผู้หญิงเป็นโรคมะเร็งเต้านม 100 คน จะพบผู้ชายที่เป็นมะเร็งเต้านมเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น หรือก็คือแค่ 1% เท่านั้น โดยมะเร็งเต้านมมักจะเป็นข้างเดียวสามารถคลำได้และอยู่กับที่ มะเร็งเต้านมในผู้ชายมักตรวจพบได้ง่ายเพราะหน้าอกของผู้ชายแบนราบกับลำตัว และมีเนื้อเต้านมน้อย แต่ก็เพราะมีเนื้อเต้านมน้อยดังนั้นมะเร็งเต้านมในผู้ชายจึงลุกลามได้ง่ายกว่าผู้หญิง โดยจะสามารถลุกลามไปยังหน้าอกได้

นอกจากพบก้อนเนื้อที่แข้งแล้ว มักจะมีอาการอย่างอื่นอยู่ด้วย เช่น ผิวหนังบุ๋ม หัวนมบุ๋ม มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม ถ้ามีลักษณะเหล่านี้อย่านิ่งนอนใจให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

ปัจจุบันพบมะเร็งเต้านมในผู้ชายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ดังนั้นควรสำรวจตัวเอง และความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย และควรลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง พร้อมทั้งกินอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

รู้จักกับมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้หญิง และมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปากมดลูก จะพบในเพศหญิงอายุระหว่าง 45-55 ปี ผู้ชายก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้เหมือนกันแต่มีน้อยมาก น้อยกว่า 1%

ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

– เพศหญิง ซึ่งมะเร็งเต้านมจะพบมากในเพศหญิงรองมาจากมะเร็งปากมดลูก
– อายุ อายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น
– ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม พี่สาว น้องสาว หรือลูกสาว ก็จะมีความเสี่ยงตามไปด้วย
– ประวัติของการมีประจำเดือน ถ้ามีประจำเดือนมากก็จะเสี่ยงมากตามไปด้วย
– ผู้หญิงที่ไม่คยมีลูกจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
– ผู้หญิงที่มีลูกหลังจากอายุ 30 จะเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีลูก
– ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในผู้หญิงที่มีประจำเดือนเร็ว และ หรือหมดประจำเดือนช้า
– ความสัมพันธ์ระหว่างมะเร็งเต้านมกับฮอร์โมนยังไม่ชัดเจน การตัดสินใจใช้ฮอร์โมน หรือการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมน ควรพิจารณาเป็นราย ๆ ไป โดยให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัว หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช
– การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาจส่งผลต่อความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมสูงขึ้น ดังนั้นสมาคมส่งเสริมการป้องกันมะเร็งของสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) จึงแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าในสัดส่วนที่เหมาะสม และเน้นอาหารประเภทไขมันต่ำ อาหารที่มีกากใยมาก และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

การตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม

วิธีการตรวจหามะเร็งเต้านมมีอะไรบ้าง การตรวจหามะเร็งเต้านมมีหลายวิธีได้แก่

– การตรวจเต้านมด้วย แมมโมแกรม ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจคัดกรอง มะเร็งเต้านมในผู้หญิงทั่วไป
– การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือพยาบาล
– การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง

อาการของมะเร็งเต้านม

บางครั้งผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม อาจไม่มีอาการของมะเร็งเต้านม หรือบางครั้งอาการผิดปกติที่เป็นอาจไม่ใช่โรคมะเร็งก็ได้ ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
– มีก้อนหนา ๆ ในเต้านมหรือใต้แขน
– บริเวณหัวนมบุ๋ม มีน้ำเหลือง หรือมีแผล
– เต้านมมีผื่น แดง ร้อน ผื่นคล้ายผิวส้ม
– มีอาการปวดบริเวณเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านมจะอาศัยทีมแพทย์ในสาขาต่าง ๆ เช่น ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง มาร่วมกันวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวิธีการรักษาของแพทย์ เช่น
– ขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของเซลล์มะเร็ง
– ระยะโรคและการกระจายของมะเร็ง
– อายุและสุขภาพของผู้ป่วย
– ตัวรับฮอร์โมนของมะเร็ง
– ภาวะก่อนหรือหลังหมดประจำเดือน
– ปัจจัยที่บ่งบอกความรุนแรงของเนื้องอก เช่น ยีน HER2

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งเต้านม

– อายุระหว่าง 20-40 ปี ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เดือนละครั้ง พบแพทย์เพื่อรับการตรวจเต้านม ทุก 3 ปี และทำแมมโมกราฟฟี่(Mammography) 1 ครั้ง ระหว่างอายุ 35-40 ปี
– อายุมากกว่า 40 ปี ปฏิบัติเช่นเดียวกัน และต้องทำแมมโมกราฟฟี่(Mammography) 1 ครั้งหลังอายุ 50 ปี

มะเร็งเต้านมถือว่าเป็นอันตรายสำหรับผู้หญิง โดยถ้าจัดอันดับแล้วจะเป็นมะเร็งอันดับสองของผู้หญิงรองลงมาจากมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นควรดูแลตัวเอง ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ และมะเร็งเต้านมนั้นผู้ชายยังสามารถเป็นได้ถึงจะน้อยก็ตาม