รู้จักกับมะเร็งรังไข่

มะเร็งรังไข่สามารถโต และกระจายได้อย่างรวดเร็วในช่องท้องและเป็นตำแหน่งที่สังเกตได้ยากผู้ป่วยจึงมักจะพบแพทย์ในระยะที่เป็นมากแล้ว พบมากในช่วงอายุ 50-60 ปี สำหรับมะเร็งไข่บางชนิด จะพบในเด็กสาวที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่

ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งรังไข่ได้ แต่เราสามารถประเมินปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ ดังนี้

– พันธุกรรม ประวัติที่มีญาติเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งชนิดอื่น จะต้องเฝ้าระวังมะเร็งรังไข่ให้มากขึ้น ยังมีรายงานว่าผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งลำไส้ ก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ได้มากกว่าคนปกติด้วย
– ผู้ที่มีไข่ตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้ที่มีบุตรยากหรือไม่มีบุตร และได้รับการกระตุ้นของรังไข่เพื่อให้มีบุตร และผู้ที่ไม่มีบุตรมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่มากกว่าผู้ที่มีบุตร
– สตรีที่มีอายุมากตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น
– การรับประทานอาหาร ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสัตว์ มีผลเกี่ยวข้องกับมะเร็งรังไข่ด้วย
– สตรีที่ได้รับแร่ใยหิน สารที่นำไปใช้เป็นฉนวนกันความร้อน จะไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุผิวในรังไข่ได้
– สตรีที่ใช้แป้งฝุ่นที่มีส่วนผสมของ Talc ทาบริเวณขาหนีบและภายนอกอวัยวะเพศจะมีโอกาสเข้าไปในอุ้งเชิงกราน ผ่านทางช่องคลอด เข้าไปสะสมในโพรงมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่สะสมจนเกิดโรคมะเร็งได้ แต่ยังไม่สรุปเป็นที่แน่นอน

อาการมะเร็งรังไข่

1. อาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ รู้สึกว่าอาหารไม่ย่อย ท้องผูก แน่นท้องหลังอาหารแม้รับประทานเพียงไม่มาก
2. รู้สึกถ่วงในท้องน้อย กดเบียดลำไส้ส่วนปลายทำให้ปวดถ่วง ถ่ายอุจจาระไม่ออก
3. อาการของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ถ่ายปัสสาวะบ่อย ๆ กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่
4. ปวดท้องน้อยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
5. มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดทั้งที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน
6. ขนาดหน้าท้องโต เมื่อเป็นระยะแรกขนาดของหน้าท้องจะไม่ผิดปกติ เมื่อเป็นมากขึ้นท้องโตขึ้น เนื่องจากมีก้อนหรือน้ำในท้อง ผู้ป่วยบางรายจะสังเกตุจากการที่ไม่สามารถใส่กางเกงขนาดเดิมได้ โดยที่ผู้ป่วยอาจคลำก้อนได้ หรือหมอเป็นผู้คลำ ส่วนน้ำในท้อง มีตั้งแต่น้ำน้อย ๆ จนถึงมีน้ำมาก เหมือนมีลูกแตงโมอยู่ในท้อง ที่ชาวบ้านเรียกว่า ท้องมาน
7. ผู้ป่วยอาจจะผอมลง น้ำหนักตัวลด คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ในระยะหลังของโรค เมื่อมะเร็งลุกลามไปมาก

ระยะของมะเร็งรังไข่

ระยะ 1 : เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในรังไข่ 1 หรือ 2 ข้าง
ระยะ 2 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่สู่อวัยวะในช่องเชิงกราน เช่น ท่อนำไข่ หรือมดลูก
ระยะ 3 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่และช่องเชิงกราน ไปยังช่องท้องหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
ระยะ 4 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่ไปยังอวัยวะที่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งไข่

– ควรได้รับการตรวจภายในปีละครั้ง หลังอายุ 40 ปี
– หากมีความผิดปกติของประจำเดือน เช่น ขาดประจำเดือนก่อนวัยอันควร การมีเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรือสงสัยจะมีก้อนบริเวณท้องน้อย ควรพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจภายใน

จากอาการของมะเร็งรังไข่ จะพบว่ามีอาการเหมือนคนปกติทั่วไปที่เป็นกันบ่อย ๆ และมักจะหายเอง แต่จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยมะเร็งรังไข่จะมีอาการบ่อยกว่าคนปกติ ดังนั้นควรหมั่นตรวจสอบตัวเองบ่อย ๆ ถ้าหากสงสัยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ

ถ้าไม่อยากเป็นมะเร็งรังไข่ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินผักผลไม้เป็นประจำ ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และลดการกินอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ เพราะไขมันจากสัตว์เป็นปัจจัยหนึ่งของมะเร็งรังไข่