มะเร็งปอดระยะสุดท้าย

บทความนี้เราจะมาพูดถึงมะเร็งปอดระยะสุดท้ายกัน ซึ่งมะเร็งปอดนั้นมีอยู่ 4 ระยะ มะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็คือมะเร็งปอดระยะที่ 4

มะเร็งปอดระยะสุดท้ายหรือมะเร็งปอดระยะที่ 4 นั้น มะเร็งกระจายไปยังกลีบอื่นของปอดข้างเดียวกัน หรือปอดอีกข้าง หรือกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตับ ต่อมหมวกไต ไต กระดูก

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายหรือระยะที่ 4 นี้จะทำการรักษายากกว่าระยะแรก มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายไว้ดังนี้

– สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ต้องสวยงามสะดวกสะบาย แห้งและสะอาด โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้า จะต้องพลิกตัวให้เป็นเวลา

– การวางแผนด้านโภชนาการ ต้องให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยยึดหลักรสจืดและมีประโยชน์ทางโภชนาการสูง อาจจะต้องให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายกินผักและผลไม้มากขึ้น และลดอาหารที่มีรสจัด

– คอยให้กำลังใจและสังเกตสภาพจิตใจ เพราะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมักจะมีความกลัว ความกังวล และความเศร้า ซึ่งมักจะทำให้สูญเสียความเชื่อมั่น และกำลังใจได้ง่าย ๆ ดังนั้นคนรอบข้างต้องคอยดูแลเอาใจใส่ และให้กำลังใจต่อผู้ป่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็งนี้ โดยเฉพาะญาติพี่น้อง ควรช่วยกันให้กำลังใจในการต่อสู้กับโรค

– ส่งเสริมการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ร่างกายสามารถทำได้ แต่ระวังอย่าให้หักโหม เพราะถ้าออกกำลังกายอย่างหักโหมจะกลายเป็นโทษต่อร่างกาย

– ให้คอยสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากไอมีเสมหะ ควรให้ผู้ป่วยขากออกมาเอง หากจำเป็นควรใช้เครื่องดูดเสมหะช่วย การนอนหลับพักผ่อนต้องระวังให้นอนตะแคงข้าง เพื่อป้องกันเสมหะลงคอทำให้หายใจไม่ออก หากพบว่าผู้ป่วยไม่พูดไม่จากะทันหัน สีหน้าเปลี่ยนไป หยุดหายใจ ต้องรีบแจ้งแพทย์ทราบเพื่อช่วยเหลือฉุกเฉิน

– บรรเทาอาการปวดทันเวลา สำหรับมะเร็งปอดระยะสุดท้ายที่สร้างความเจ็บปวดให้ผู้ป่วย ควรให้ยาแก้ปวดระงับความเจ็บปวดแก่พวกเขา อย่ากลัวว่ายาแก้ปวดที่มีสารมอร์ฟีนจะทำให้เสพติดยา การบรรเทาอาการปวดเป็นวิธีการที่สำคัญที่จะช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้าย

จากบทความเรื่อง มะเร็งกระเพาะอาหาร เราได้รู้แล้วว่ามะเร็งกระเพาะอาหารนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร มีอาการยังไง และได้รู้ถึงวิธีการตรวจหามะเร็งกระเพาะอาหารกันแล้ว และในบทความเรื่อง อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

เราได้ยังรู้อีกว่าอาหารของมะเร็งกระเพาะอาหารนั้นเป็นยังไง ตั้งแต่มะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกไปจนถึงมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย

ในบทความนี้เราจะมาโฟกัสกันในเรื่องของมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้ายกัน

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย

อาการของมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะสุดท้าย จะมีอาการของโรครุนแรงขึ้นกว่าระยะแรกอาหารเหล่านี้ยากที่จะบรรเทา และยังมีอาการอื่น ๆ ตามมาอีก

1. อาการเมื่อมะเร็งมีการแพร่กระจาย เมื่อมะเร็งมีการแพร่กระจายในอัตราสูง โดยทั่วไปเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้มีอารการอื่น ๆ ตามมาเช่น น้ำท่วมท้อง ตัวเหลือง ตับโต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น กระเพาะทะลุ มีเลือดออก เป็นต้น

2. อาการอื่น ๆ นอกจากอาการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีอาการอื่น ๆ อีกที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีเลือดปนในอุจจาระ ถ่ายอุจจาระสีดำ เช่น อาเจียน น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง มีน้ำในช่องท้อง กลืนลำบาก

ข้อแนะนำในการรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้าย

ข้อแนะนำในการรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้ายนั้น ขอแนะนำการรักษาตามแบบมะเร็งระยะสุดท้ายทั่ว ๆ ไป นั่นคือรักษาตามแบบธรรมชาติ เพราะการรักษาตามวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันจะไปทำลายอวัยวะส่วนดีด้วย บางรายอาจจะทนไม่ไหว และที่สำคัญมีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วหายมีรายหลายที่รักษาตามแบบวิธีธรรมชาติ

ก่อนอื่นเลยต้องทำใจให้สู้ เพราะจิตใจเป็นนายส่วนร่างกายเป็นบ่าว ดังนั้นถ้าจิตใจสู้ก็ถือได้ว่าเป็นการประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง นอกจากการทำจิตใจให้สู้แล้ว ก็ควรทำจิตใจให้สงบ หมั่นทำสมาธิ เพราะพวกนี้ก็มีผลเหมือนกัน

ต่อมาก็คือการรักประทาน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาหารหลายชนิดที่ทำให้เกิดการเจิรญเติบโนของมะเร็งและมีอาหารหลายชนิดที่ช่วยยับยั้ง ป้องกัน และทำลายมะเร็ง ซึ่งการรับประทานอาหารก็ควรรับประทาน ดังนี้ ควรงดเว้นเนื้อสัตว์ นม ไข่ แล้วหันมารับประทานอาหารที่ต่อต้านมะเร็ง ซึ่งได้แก่ ธัญพืช 5 ชนิด ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี, และลูกเดือย นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่งหรือมันเทศ, กล้วยน้ำว้าสุก (8 ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, ยอดแค, ถั่วพู (2 ชนิดนี้ห้ามขาด), บลอคโคลี่ หรือกะหล่ำ ดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง(ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง) นำทั้ง 10 ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก เพื่อให้กระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทานหนัก 1 กก./วัน กับธัญพืช

ต่อมาเป็นการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าปัจจบันจะยังไม่มีการวิจัยไหนที่บ่งบอกว่า มะเร็งชนิดใด ควรออกกำลังกายท่าใด เวลานานเท่าใด หรือออกตอนไหน ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกัน และรักษามะเร็งชนิดหนึ่ง ๆ แต่ว่าการออกกำลังกายถือว่าเป็นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และยังพบว่าการออกกำลังกายแบบพอเหมาะ ไม่หนักจนเกินไปส่งผลดีที่สุดต่อการรักษา และป้องกันมะเร็ง อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกกำลังกายเพื่อป้องกันมะเร็ง

รักษามะเร็งตับระยะสุดท้าย

เราได้รู้จักกับมะเร็งตับกันไปแล้ว ในบทความที่มีชื่อว่า รู้จักกับมะเร็งตับ ในบทความนี้เรามาดูวิธีรักษามะเร็งตับระยะสุดท้ายกัน เพราะจากบทความเราทราบมาแล้วว่า มะเร็งตับนั้นจะเห็นอาการชัดเจน เมื่ออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ แพทย์จะให้ทำการบำบัดรักษา เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด และวิธีอื่น ๆ

เนื่องจากมะเร็งตับระยะสุดท้ายไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าใครไปโรงพยาบาล คุณหมออาจจะบอกว่าให้ทำใจเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน เพราะอาการที่เจออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ผ่าตัดไม่ได้ เพราะตับไม่เหมือนอวัยวะส่วนอื่น มันเต็มไปด้วยเส้นเลือด เพราะมันมีหน้าที่ฟอกของเสียจากเลือด ดังนั้นคุณหมออาจจะแนะนำว่าให้ลองแพทย์ทางเลือกดู ดังนั้นในบทความนี้ผมมาแนะนำวิธีการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกดูครับ

ก่อนอื่นเลย ให้ทำจิตใจให้สงบ เพาะจิตใจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ป่วย จิตใจดี ร่างกายดีไปด้วย ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยเครียดบ่อย ๆ กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากถ้าผู้ป่วยมีกำลังใจดี จะส่งผลต่อร่างกายดีไปด้วย อาจจะให้ผู้ป่วยทำจิตใจให้สงบโดยการใช้ธรรมมะเข้าช่วย หมั่นฝึกฝนนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจสงบ การทำสมาธิก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ถ้าเกิดฟังธรรมมะแล้วรู้สึกเบื่อ ๆ การใช้ดนตรีเข้าช่วยก็ใช้ได้เหมือนกัน

ต่อไปเป็นอาหารสำหรับคนป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย เพราะอาหารที่ทานเข้าไปประจำวัน จำเป็นจะต้องอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่อาหารจะมีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น อาหารยังสามารถป้องกันและต่อต้านมะเร็ง อาหารที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายควรจะรับประทานนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทเดียว ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายครบทุกประเภท อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยตับ เช่น อาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี รวมถึงอาหารที่มีกรดอะมิโน ควรควบคุมอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ปลา เครื่องในสัตว์ และไข่แดง รับประทานผักใบเขียวและผลไม้ เช่น ผักกาดขาว หัวไชเท้า มะเขือเทศ ถั่วชนิดต่างๆ แครอท น้ำส้มคั้น น้ำลูกแพร์ น้ำแอปเปิ้ล น้ำเกาลัด เป็นต้น การรับประทานอาหารประเภทแมกนีเซียม และกรดอะมิโน มีประโยชน์ในการช่วยแก้ไขอาการนอนไม่หลับ ความกลัว โรคซึมเศร้า อาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เช่น ผลไม้แห้ง ข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวสาลี เมล็ดงา ใบแครอท ใบมัสตาร์ด ดอกไม้จีน สาหร่าย สาหร่ายทะเล เป็นต้น อาหารที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน เช่น เนื้อไก่ โยเกิร์ต กล้วย เป็นต้น

ต่อไปเป็นการออกกำลังกายครับ เพราะการออกกำลังกาย ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นพบว่าการออกกำลังกายแบบปานกลางให้ผลดีกับผู้ป่วยมะเร็งและในคนปกติก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่พบว่าการออกกำลังกายวิธีไหน ความถี่ยังไง และเวลาเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะกับโรคมะเร็ง แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นได้ผลดีแน่นอน

สุดท้ายแล้วผู้ป่วยมะเร็งตับอาจจะรักษาไม่หาย ให้ทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การให้กำลังใจผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะคนในครอบครัว และหมั่นปฎิบัติตัวให้ถูกต้องสำหรับผู้ป่วย ก็สามารถยืดชีวิตออกไปได้อีกหลายปี และพึงจำไว้ว่า การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ การตายแบบโรคภัยจะดีกว่าการตายแบบอุบัติเหตุ เพราะว่าจะได้จัดการเรื่องที่ยังค้างคาใจ สุดท้าย กำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญที่สุด

มะเร็งลําไส้ระยะสุดท้าย

มะเร็งลำไส้ถือว่าเป็นภัยเงียบที่อันตรายมาก เพราะโรคร้ายในลำไส้นั้นระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการให้เห็น ดังนั้นเมื่อเกิดอาการกว่าจะมาพบแพทย์ก็เป็นระยะหลัง ๆ แล้ว หรือบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไรกว่าจะมาพบแพทย์ก็เป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้ายแล้ว ไม่เหมือนมะเร็งบางชนิดที่สังเกตได้ง่าย ดังนั้นมะเร็งลำไส้จึงถือว่าเป็นภัยเงียบที่อันตราย

คำแนะนำการรักษาแบบธรรมชาติสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย

ในระยะสุดท้ายนั้น ผู้ป่วยบางรายต้องผ่าตัดตรงหน้าท้องเพื่อขับภ่ายของเสีย บางรายใช้ยาต้านมะเร็งจนดื้อยาแล้ว บางรายใบเคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งแต่ก็ไปทำลายภูมิคุ้มกันส่วนที่ดีไป เพิ่มผลเสียต่อร่างกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาแบบธรรมชาติ ซึ่งการรักษาแบบธรรมชาตินั้น ก็ง่าย ๆ ประมาณนี้

1. จิตใจ ต้องสู้ ซึ่งการมีกำลังใจที่ดีสามารถช่วยผู้ป่วยได้มาก ควรทำจิตใจให้สงบ หมั่นทำสมาธิ เพราะสมาธิก็มีผลต่อโรคร้ายเหมือนกัน
2. อาหาร ควรงดเว้นเนื้อสัตว์ นม ไข่ แล้วหันมารับประทานอาหารที่ต่อต้านมะเร็ง ซึ่งได้แก่ ธัญพืช 5 ชนิด ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี, และลูกเดือย นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่งหรือมันเทศ, กล้วยน้ำว้าสุก (8 ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, ยอดแค, ถั่วพู (2 ชนิดนี้ห้ามขาด), บลอคโคลี่ หรือกะหล่ำ ดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง(ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง) นำทั้ง 10 ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก เพื่อให้กระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทานหนัก 1 กก./วัน กับธัญพืช
3. อาบน้ำ ให้อาบน้ำร้อนกับน้ำเย็นสลับกัน 2 นาที รวมเวลา 10 นาทีต่อวัน
4. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าการออกกำลังกายแบบไหน เท่าไหร่ และยังไง ให้ผลดีที่สุดกับมะเร็งแต่ละชนิด แต่การออกกำลังกายปานกลาง ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ให้ผลดีกับผู้ป่วยมะเร็ง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ การออกกำลังกายเพื่อป้องกันมะเร็ง

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ที่ มะเร็งลำไส้ใหญ่