กระเทียมกับโรคมะเร็ง

กระเทียมกับโรคมะเร็ง

ในตำราโบราณ อ้างว่ากระเทียมช่วยรักษามะเร็งได้ เช่น ฮิปโปรเครติส เขียนไว้ในตำราแพทย์ว่า กระเทียมใช้รักษามะเร็งที่มดลูก ตำรา Bower Manuscript (ค.ศ. 450) ของอินเดียใช้กระเทียมรักษามะเร็งในกระเพาะอาหาร เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีข้อสังเกตว่าถิ่นที่กินกระเทียมกันมาก อาทิเช่น ฝรั่งเศสตอนใต้ บัลแกเรีย และเกาหลี มักมีอัตราป่วยเป็นมะเร็งต่ำกว่าที่อื่น ๆ

นักวิทยาศาสตร์สหรัฐยืนยันผลการศึกษาล่าสุดว่า กระเทียมสามารถป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้ โดยคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา กล่าวว่า ผู้ที่รับประทานกระเทียมดิบ หรือกระเทียมที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ประมาณครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานกระเทียมเลย และขณะเดียวกัน ผลการศึกษาก็ยังพบว่า กระเทียมสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้มากถึง 2 ใน 3 โดยไม่มีผลข้างเคียงภายหลังจากการที่เราได้รับประทานเข้าไป

นักวิจัยยังเชื่ออีกว่า สารประกอบในกระเทียมจะให้ผลในการป้องกันโรคมะเร็งในมนุษย์ด้วย โดยกระเทียมจะช่วยป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารได้ เพราะมีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแมบคทีเรียบางชนิด ซึ่งมีอยู่ในกระเพาะอาหารและอาจเป็นตัวที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้

นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่า ไม่ว่าจะเป็นกระเทียมในประเทศใด จีน หรือสหรัฐ ก็ให้ผลในการป้องกันโรคมะเร็งได้พอ ๆ กัน ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดนี้ นักวิจัยประมวลมาจากผลการศึกษาก่อนหน้านี้ 22 ชิ้น ที่รวบรวมมาจากทั่วโลก ที่ศึกษาถึงผลของการรับประทานกระเทียมที่มีต่อโรคมะเร็ง โดยพบว่า สารที่ประกอบในกระเทียมที่เรียกว่า allium (อัลเลียม) สามารถป้องกันโรคมะเร็งจากการทดลองกับสัตว์

อีกงานวิจัยที่เกียวกับความสามารถของกระเทียมในการป้องกันโรคมะเร็ง ซึ่งได้มีการตีพิมพ์ลงในวารสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐ จากการสัมภาษณ์ผู้ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 238 คน และผู้ชายที่ไม่ได้เป็นอีก 471 คน ในนครเซี่ยงไฮ้ พบว่า คนที่กินพวกหอมกระเทียมเกิน 1 ใน 3 ออนซ์ ต่อวัน มีโอกาสจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยได้กินหอม กระเทียมเกือบ 50%

หัวหน้าทีมวิจัยครั้งนี้ได้กล่าวว่า ในบรรดาอาหารประเภทต่าง ๆ พวกหอม กระเทียม ดูจะมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ และเมืองจีนก็มีอัตราการเกิดโรคนี้ต่ำที่สุดในโลก โดยพบว่ากระเทียมก็ช่วยให้โอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลงได้ถึง 35% ซึ่งการกินกระเทียมวันละกรีบจะช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะอ้วนหรือว่าผอมก็ตาม

ที่มา หนังสือราชายาขม มหัศจรรย์ 9 สมุนไพรกันมะเร็ง

อาการมะเร็งต่อมลูกหมาก

จากบทความเรื่อง มะเร็งต่อมลูกหมาก เราได้รู้จักกับมะเร็งต่อมลูกหมาก สาเหตุการรักษา และอาการกันแล้ว ซึ่งอาการของมะเร็งต่อมลูกหมากก็มีประมาณนี้
– ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน
– เวลาเริ่มปัสสาวะจะลำบาก
– ปัสสาวะไม่พุ่ง
– เวลาปัสสาวะจะปวด
– อวัยวะเพศแข็งตัวยาก
– เวลาหลั่งเมื่อถึงจุดสุดยอดจะปวด
– มีเลือดในน้ำเชื้อหรือปัสสาวะ

เรามาดูกันว่าทำไมเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ถึงมีอาการเหล่านั้น

– ปัสสาวะอุดตัน หรือปัสสาวะลำบาก สาเหตุเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของมะเร็งในท่อปัสสาวะทำให้บีบท่อปัสสาวะ ทำให้อุดตัน และปวดฉี่บ่อย ๆ อาการจะค่อยๆหนักขึ้น สำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้ายไม่สามารถขับปัสสาวะหรือมีปัสสาวะกักไว้ในร่างกาย
– เนื้อเยื่ออื่นๆที่เกี่ยวข้อง โรคมะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบันเมื่อกัดเซาะทำลายอวัยวะเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ทำให้เกิดการแทรกซึมไปบางบริเวณ ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งลุกลามยังเส้นประสาทและกระดูกเชิงกราน ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีอาการช่วงท้องเล็กลง มีอาการปวดและผิดปกติ ผู้ป่วยบางคนมีอาการปวดบริเวณถุงอัณฑะและเอว มะเร็งลามไปที่กระเพาะปัสสาวะและต่อมน้ำเชื้อทำให้มีอาการปัสสาวะปนเลือด เลือดสด(น้ำใสๆปนเลือด)มะเร็งลุกลามยังท่อลำเลียงปัสสาวะทำให้น้ำขังที่บริเวณไต ลุกลามยังท่อปัสสาวะทำให้เกิดอาการปัสสาวะกักในร่างกายและควบคุมปัสสาวะไม่ได้
– การแพร่กระจายของมะเร็ง พบโรคมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่แพร่กระจายยังกระดูก ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากกระดูกเสื่อมต้องทนต่ออาการเจ็บปวด และอาการหนักเป็นอันตรายมากเนื่องจากกระดูกหัก ในขณะที่กระดูกเสื่อมหักนั้นภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำและโลหิตจางด้วย มะเร็งเจริญเติบโตแพร่กระจายยังหลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง สามารถทำให้เลือดออกและการไหลเวียนต่อมน้ำเหลืองติดขัด ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมักพบอาการแขนขาทั้งสี่บวมน้ำ มะเร็งลามไปที่ปอดส่งผลทำให้มีอาการเจ็บหน้าอก ปอดติดเชื้อ หายใจติดขัด ไอปนเลือดเป็นต้น หากมะเร็งแพร่กระจายไปยังตับทำให้ตับนั้นผิดปกติ มีอาการดีซ่าน เป็นต้น มะเร็งลามไปยังหน้าอกนั้น ทำให้มีอาการปวดหัว มึนหัว อาเจียน ความจำไม่ดี ระยะสุดท้ายของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากมักพบอาการ หน้าอกบวมน้ำ ท้องบวมน้ำ อาการบวมทั้งร่างกายเป็นต้น

จากอาการดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นมะเร็ง เพราะส่วนใหญ่แล้วมีโรคหลายโรคที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวข้างต้น โดยที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ผู้ป่วยชายคนใดที่มีอาการดังกล่าว ควรบอกแพทย์เพื่อทำการสืบหาโรคต่อไป

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

เราได้รู้จักกับมะเร็งต่อมลูกหมากกันแล้วจากบทความ มะเร็งต่อมลูกหมาก และรูัแล้วว่าการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ 1. การผ่าตัด 2. การฉายรังสี 3. การใช้ฮอร์โมน 4. ติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด

การผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยเอาต่อมลูกหมากออก ซึ่งใช้ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก (ระยะ1 และ2)
1.1 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการเปิดผ่านหน้าท้อง
1.2 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการเปิดผ่านบริเวณฝีเย็บ
1.3 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านผนังหน้าท้อง
1.4 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านผนังหน้าท้องโดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

การฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การฉายรังสีมีการใช้ในรายมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก แทนการใช้ผ่าตัดในรายที่ผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด แต่เรามักนิยมใช้การฉายรังสีในรายที่มีมะเร็งต่อมลูกหมากหลงเหลือจากการผ่าตัด หรือใช้ในรายยะยะท้ายๆ ของโรค เพื่อช่วยลดอาการปวด มีการฉายแสง 2 วิธีที่ใช้ในมะเร็งต่อมลูกหมาก
1. การฉายรังสีจากภายนอกร่างกาย โดยผู้ป่วยจะได้รับรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีภายนอกร่างกายไปที่ ต่อมลูกหมาก
2. การฝังแร่รังสีเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมาก โดยการใช้แร่รังสีซึ่งเป็นเม็ดเล็กปริมาณหลายเม็ดขึ้นกับขนาดของต่อมลูกหมากฝังเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมาก

การใช้ฮอร์โมนรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การใช้ฮอร์โมนในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก มักจะใช้เป็นการรักษาเพิ่มเติมหลังการผ่าตัด หรือในรายที่มะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย หลักการใช้ฮอร์โมนในการรักษาคือการลดหรือกำจัดฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งจะไปทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากฝ่อเล็กลง หรือโตช้าลง การกำจัดฮอร์โมนมี 2 วิธีคือ
1. การใช้ยาต้านฮอร์โมน : โดยมียาต้านทำให้อัณฑะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศชาย และยาต้านการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชาย
2. การผ่าตัดเอาอัณฑะออก ซึ่งอัณฑะเป็นแหล่งใหญ่ในการสร้างฮอร์โมนเพศชาย โดยมีบางส่วนซึ่งเป็นส่วนน้อยมาจากต่อมหมวกไต

การติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด

การที่แพทย์ตัดสินใจเลือกวิธีนี้ เพราะโดยธรรมชาติของโรคนี้ การขยายตัวของมะเร็งจะช้า โดยถ้าเจอมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี มะเร็งถึงอาจจะลุกลามทำอันตรายต่อผู้ป่วยได้ ทำให้แพทย์เจ้าของไข้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างจะใช้การผ่าตัดรักษาในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก ในผู้ป่วยอายุมาก ๆ หรือมีโรคประจำตัวที่รุนแรงและเสี่ยงต่อการผ่าตัดหรือดมยาสลบ

ที่มา http://www.prostate-rama.com/reading_detail.php?cid=56

มะเร็งต่อมลูกหมาก

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะหนึ่งของระบบสืบพันธ์ุของเพศชาย มีหน้าที่สร้างเมือกซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำเชื้อ สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นไม่ค่อยพบในเด็กหรือวัยฉกรรจ์ แต่จะพบสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ มะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก หากมีอาการหมายถึงมะเร็งได้ลุกลามแล้ว อย่ารอจนสาย ควรตรวจสอบสอบตนเอง และตรวจสุขภาพทุกปี

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่จากการวิจัยพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมีหลายปัจจัย ได้แก่

1. อายุ เราได้รู้กันไปแล้วว่ายิ่งอายุกมากมักจะเจอคนที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนอายุมากเซลล์ในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น
2. ฮอร์โมนเพศชาย จากการศึกษาพบว่าถ้ามีฮอร์โมนเพศชายสูงและมีอยู่เป็นเวลานาน ๆ โอกาสที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะสูงขึ้นตาม ดังนั้นวิธีการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากที่สำคัญวิธีหนึ่งก็คือตัดลูกอัณฑะทั้งสองข้างทิ้ง เพื่อลดระดับฮอร์โมนเพศชาย
3. พันธุกรรม ซึ่งหากพบว่าถ้าคนในครอบครัว ญาติพี่น้องเคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว โอกาศในการเกิดมะเร็งก็จะสูงขึ้นตาม
4. อาหาร จากการศึกษาพบว่าอาการเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง พบว่าการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น

อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน
เวลาเริ่มปัสสาวะจะลำบาก
ปัสสาวะไม่พุ่ง
เวลาปัสสาวะจะปวด
อวัยวะเพศแข็งตัวยาก
เวลาหลั่งเมื่อถึงจุดสุดยอดจะปวด
มีเลือดในน้ำเชื้อหรือปัสสาวะ

จากอาการดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นมะเร็ง เพราะส่วนใหญ่แล้วมีโรคหลายโรคที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวข้างต้น โดยที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ผู้ป่วยชายคนใดที่มีอาการดังกล่าว ควรบอกแพทย์เพื่อทำการสืบหาโรคต่อไป

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การรักษาสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มคือ
1. การผ่าตัด
2. การฉายรังสี
3. การใช้ฮอร์โมน
4. ติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด