สาเหตุมะเร็งตับ

บทความนี้เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับกัน ซึ่งถ้ารู้ไว้เราอาจจะป้องกันตัวเองจากมะเร็งตับได้ ซึ่งมะเร็งตับนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ในเพศชายและอันดับ 2 ในเพศหญิง

สาเหตุมะเร็งตับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

1. สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากปัจจัยภายนอก
สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากปัจจัยภายนอกนี้ ก็คือการได้รับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่ได้มาจากภายนอกร่างกายแล้วนำเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่
– สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่ม
– รังสีเอ็กซเรย์ อุลตราไวโอเลตจากแสงแดด
– เชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสฮิวแมนแพบพิลโลมา
– การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
– จากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น

2. สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย
สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกายนั้น ส่วนมากจะพบผู้ป่วยที่มีสาเหตุนี้น้อย เช่น
– เด็กที่มีความพิการ มาแต่ กำเนิดมีโอกาสเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
– การมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่องและภาวะ ทุพโภชนาการ

จะเห็นว่ามะเร็งตับนั้นมีสาเหตุหลักเช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ นั่นก็คือเกิดจากปัจจัยภายนอก ดังนั้นถ้าเรารู้และปฎิบัติอย่างถูกต้องก็คงสามารถป้องกันมะเร็งได้ดีทีเดียว สำหรับสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายในนั้น ถ้าหากใครรู้ว่าตัวเองมีปัจจัยที่เสี่ยงก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำชี้แนะต่อไป

การป้องกันมะเร็งตับ

การป้องกันมะเร็งตับ

สวัสดีค่ะสำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของโรคมะเร็งตับกันเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้ก็ยังคงสงสัยกันอยู่ว่าถ้าเกิดกรณีที่ เราจะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับนั้นจะทำยังไง และเราจะมีวิธีการป้องกันยังไงไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับกัน เพราะว่าหลาย ๆ คนนั้นก็ไม่มีใครอยากจะเป็นโรคร้ายแรงเหล่านี้กันหรอกใช่ไหมละคะ แน่นอนค่ะว่าการเป็นโรคนั้นไม่ว่าจะโรคมะเร็งอะไรก็ตามแต่นอกจากจะ ต้องมีเงินรักษาค่อนข้างสูงแล้วยังจะต้อง กินยาหลายเม็ดและก็โทรมขนาดหนักกันเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับนั้นวันนี้เรามาดูกันค่ะว่าเราจะมีวิธีการอย่างไร เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับกัน

สำหรับมะเร็งตับนั้นต้องบอกก่อนค่ะว่าเกิดจากการที่กินอาหารที่เป็นเชื้อรา ดื่มเหล้าดูดบุหรี่พักผ่อนไม่เพียงพอไม่ออกกำลังกาย คนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ อาจจะเป็นมะเร็งตับได้ จากไวรัสตับอักเสบบีและซี การดื่มเหล้าเป็นประจำนั้นจะส่งผลทำให้เกิดภาวะตับแข็ง การกินอาหารที่มีเชื้อรา โดยเฉพาะธัญพืชมีเชื้อรา เช่น ถั่วลิสง พริกป่นจำพวกนี้เป็นต้นคะ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันดูแล เราควรจะดูแลเรื่องของสุขลักษณะ อนามัยในการกินให้ดีค่ะ และก็เรื่องของ สุรายาเสพติดหรือว่าจำพวกบุหรี่ฤทธิ์ของพวกนี้จะทำให้เรานั้นเป็นมะเร็งได้ในอนาคตค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วทุกอย่างที่เรากระทำมันส่งผลทั้งนั้นค่ะเพราะฉะนั้นควรจะหมั่นออกกำลังกายและดูแลตัวเองให้ดีนะค่ะ ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะอยู่ในภาวะเสี่ยงได้ค่ะ

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับ

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับ

สวัสดีค่ะสำหรับวันนี้ มาอัพเดตเรื่องราวของโรคร้ายแรงที่ขึ้นชื่อว่าสุดฮิตกันเลยทีเดียวกับโรคมะเร็ง เรียกได้ว่าประเทศไทยเรานั้นมีผู้ที่เป็นโรคมะเร็งค่อนข้างมากสูงถึง 70 % ของช่วงวัยอายุแก่เฒ่าหรือย่างเข้าสู่ วัยชราเลยทีเดียวซ้ำแล้วยังเกิดมากกับผู้ที่ชอบสูบบุหรี่จัดๆหรือชอบอยู่ร่วมกับภาวะมลพิษอีกด้วย เอาเป็นว่าสำหรับเรื่องราวในวันนี้ เราจะมาแนะนำเรื่องของการดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งกันค่ะไม่ว่าคุณนั้นจะมีพ่อ มีปู่ย่าหรือตา ที่เป็นโรคมะเร็งก็แล้วแต่ หลายๆคนนั้นคงจะอยากรู้ว่าการจะดูแลผู้ป่วยนั้นเราจะต้องดูแลกันยังไง วันนี้เราเลยจัดเต็มมากับเรื่องของการดูแล

ผู้ป่วยกันค่ะว่าเรามีเทคนิคการดูแลกันยังไง สำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง นั้นมีวิธีการดูแลดังนี้ค่ะ

1. พยายามให้ท่านกินยาที่หมอสั่ง ห้ามลืมเด็ดขาดค่ะ ข้อนี้สำคัญ บางคนชะล้าใจว่า ช่างมันเถอะ หรือ ขี้เกียจกินไม่อยากกิน ก็อาจจะทำให้โรคนี้ไม่หายไปได้

2. นอนพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ

3. กินน้ำเปล่าเยอะ ถึงน้ำเปล่าจะดูเป็นน้ำธรรมดาแต่มันมีคุณค่าทาง โภชนาการและร่างกายต้องการน้ำเปล่าเพื่อเสริมสร้างเซลล์ต่างๆในร่างกายด้วย ร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 80%เพราะฉะนั้นควรดื่มวันละ อย่างน้อย 7 แก้วอย่างต่ำหรือ 3 ขวดคะ

4. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ข้อนี้เหมาะแก่ผู้ป่วยที่ ค่อนข้างผอมแห้ง เพราะฉะนั้นกินเยอะๆ

5. พยายามเลี่ยงอาหารรสชาติที่จัดมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้ มีโรคร้ายแรงซ้อนเพิ่มขึ้นได้

6. พยายามหมั่นออกกำลังกาย เดินบ่อยๆให้เหงื่อไหลบ่อยๆคะ

7. อย่าดูดบุหรี่หรืออยู่ในที่ที่มีมลพิษมากมายนัก

8. พยายามเลี่ยงสุรายาเสพติด ของมึนเมา และก็ ปฏิบัติตามหมอสั่งซะ

9.พยายามอย่าเลี่ยงการไปนัดพบแพทย์ค่ะเมื่อแพทย์ต้องการดูอาการทุก สองหรือสามอาทิตย์ก็ตามเพราะจะได้วินิจฉัยได้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง

10. พยายามยิ้มเข้าไว้ทำจิตใจให้ดี ร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็ว ร่างกายนั้นหากไม่ท้อแท้หรือหมดกำลังใจ รับรองว่า สามารถหายแบบอัศจรรย์เลยละคะ

รักษามะเร็งตับระยะสุดท้าย

เราได้รู้จักกับมะเร็งตับกันไปแล้ว ในบทความที่มีชื่อว่า รู้จักกับมะเร็งตับ ในบทความนี้เรามาดูวิธีรักษามะเร็งตับระยะสุดท้ายกัน เพราะจากบทความเราทราบมาแล้วว่า มะเร็งตับนั้นจะเห็นอาการชัดเจน เมื่ออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ แพทย์จะให้ทำการบำบัดรักษา เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด และวิธีอื่น ๆ

เนื่องจากมะเร็งตับระยะสุดท้ายไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าใครไปโรงพยาบาล คุณหมออาจจะบอกว่าให้ทำใจเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน เพราะอาการที่เจออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ผ่าตัดไม่ได้ เพราะตับไม่เหมือนอวัยวะส่วนอื่น มันเต็มไปด้วยเส้นเลือด เพราะมันมีหน้าที่ฟอกของเสียจากเลือด ดังนั้นคุณหมออาจจะแนะนำว่าให้ลองแพทย์ทางเลือกดู ดังนั้นในบทความนี้ผมมาแนะนำวิธีการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกดูครับ

ก่อนอื่นเลย ให้ทำจิตใจให้สงบ เพาะจิตใจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ป่วย จิตใจดี ร่างกายดีไปด้วย ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยเครียดบ่อย ๆ กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากถ้าผู้ป่วยมีกำลังใจดี จะส่งผลต่อร่างกายดีไปด้วย อาจจะให้ผู้ป่วยทำจิตใจให้สงบโดยการใช้ธรรมมะเข้าช่วย หมั่นฝึกฝนนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจสงบ การทำสมาธิก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ถ้าเกิดฟังธรรมมะแล้วรู้สึกเบื่อ ๆ การใช้ดนตรีเข้าช่วยก็ใช้ได้เหมือนกัน

ต่อไปเป็นอาหารสำหรับคนป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย เพราะอาหารที่ทานเข้าไปประจำวัน จำเป็นจะต้องอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่อาหารจะมีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น อาหารยังสามารถป้องกันและต่อต้านมะเร็ง อาหารที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายควรจะรับประทานนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทเดียว ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายครบทุกประเภท อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยตับ เช่น อาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี รวมถึงอาหารที่มีกรดอะมิโน ควรควบคุมอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ปลา เครื่องในสัตว์ และไข่แดง รับประทานผักใบเขียวและผลไม้ เช่น ผักกาดขาว หัวไชเท้า มะเขือเทศ ถั่วชนิดต่างๆ แครอท น้ำส้มคั้น น้ำลูกแพร์ น้ำแอปเปิ้ล น้ำเกาลัด เป็นต้น การรับประทานอาหารประเภทแมกนีเซียม และกรดอะมิโน มีประโยชน์ในการช่วยแก้ไขอาการนอนไม่หลับ ความกลัว โรคซึมเศร้า อาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เช่น ผลไม้แห้ง ข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวสาลี เมล็ดงา ใบแครอท ใบมัสตาร์ด ดอกไม้จีน สาหร่าย สาหร่ายทะเล เป็นต้น อาหารที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน เช่น เนื้อไก่ โยเกิร์ต กล้วย เป็นต้น

ต่อไปเป็นการออกกำลังกายครับ เพราะการออกกำลังกาย ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นพบว่าการออกกำลังกายแบบปานกลางให้ผลดีกับผู้ป่วยมะเร็งและในคนปกติก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่พบว่าการออกกำลังกายวิธีไหน ความถี่ยังไง และเวลาเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะกับโรคมะเร็ง แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นได้ผลดีแน่นอน

สุดท้ายแล้วผู้ป่วยมะเร็งตับอาจจะรักษาไม่หาย ให้ทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การให้กำลังใจผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะคนในครอบครัว และหมั่นปฎิบัติตัวให้ถูกต้องสำหรับผู้ป่วย ก็สามารถยืดชีวิตออกไปได้อีกหลายปี และพึงจำไว้ว่า การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ การตายแบบโรคภัยจะดีกว่าการตายแบบอุบัติเหตุ เพราะว่าจะได้จัดการเรื่องที่ยังค้างคาใจ สุดท้าย กำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญที่สุด

อาการของโรคมะเร็งตับ

เราได้รู้จักเกี่ยวกับโรคมะเร็งตับกันไปแล้วในบทความที่มีชื่อว่า รู้จักกับมะเร็งตับ ในบทความนี้เรามาดูว่าอาการของโรคมะเร็งตับเป็นยังไง และเพราะอะไรถึงแสดงอาการเหล่านั้น

อาการของโรคมะเร็งตับที่พบได้

– ปวดท้องด้านขวาบน ปวดบริเวณตับ ซึ่งอยู่ด้านขวาบน จะมีอาการปวดอย่างต่อเนื่องหรือเป็นบางครั้งบางคราว ถ้ามีเนื้องอกลุกลามมากอาการก็จะเจ็บมาก บางครั้งเนื้องอกรุกเข้าไปกล้ามเนื้อกระบังลม ทำให้เจ็บลามไปที่ไหล่หรือด้านหลังขวา

– ความอยากอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกว่าท้องแน่น ท้องอืด การย่อยอาหารไม่ดี บางครั้งอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

– เลือดออก มักจะมีเลือดออกตามจมูกหรือตามผิวหนัง

– โรคดีซ่าน เนื่องจากเซลล์ของตับได้รับความเสียหาย และเนื้องอกบีบถุงน้ำดี ทำให้ผู้ป่วยบางรายที่เป็นโรคมะเร็งตับมีอาการนี้เกิดขึ้นในระยะท้าย

– อ่อนเพลีย ผอม และบวมน้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

– มีไข้ เนื่องจากเนื้องอกบีบถุงน้ำดี ทำให้มีอาการไข้อุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง และเป็นไข้สูงอย่างผิดปกติ

ผู้เชียวชาญ ได้แนะนำไว้ว่า อาการของโรคมะเร็งตับโดยทั่วไปจะเห็นได้ชัดเมื่อโรคพัฒนาการไปถึงขั้นระยะกลางถึงระยะสุดท้ายแล้ว และเหตุนี้จึงเสี่ยงต่อการรักษาให้หายขาด ดังนั้นการตรวจร่างกายด้วยตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าพบมะเร็งก่อนจะทำให้รักษาได้ง่าย

ถ้าเกิดอาการที่แสดงเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นโรคมะเร็งตับก็ได แต่อย่างไงก็ตามเมื่อเจออาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ถึงไม่เป็นโรคมะเร็งตับ แต่อาจจะเป็นโรคอย่างอื่น ดังนั้น ตรวจสอบเพื่อความแน่ใจจะดีกว่า

รู้จักกับมะเร็งตับ

มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากในกลุ่มของประชาชนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับทั่วโลกพบว่ามะเร็งตับพบได้บ่อยเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของการตายด้วยโรคมะเร็ง

ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีน้ำหนักโดยประมาณ 2% ของน้ำหนักตัว ตำแหน่งของตับอยู่ชายโครงขวา แบ่งเป็น 2 กลีบคือกลีบขวาและซ้าย โดยมีเส้นเลือดมาเลี้ยง 2 เส้นคือ hepatic artery และ portal vein ตับมีหน้าที่สะสมสารอาหาร เช่น น้ำตาล โปรตีน ไขมัน และวิตามินไว้ให้ร่างกายใช้ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ทำลายของเสีย

โรคมะเร็งตับ เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ของตับกลายเป็นเซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัว และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การดื่มสุรา การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดมะเร็งตับ

– ไวรัสตับอักเสบ ส่วนใหญ่ร้อยละ 75-80 ของผู้ป่วยมะเร็งตับเกิดในผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบ โดยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร้อยละ 50-55 และติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ร้อยละ 25-30 โดยผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบีมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับสูงมากกว่าคนที่ไม่เป็นพาหะ ถึง 100-400 เท่า
– เป็นโรคตับแข็ง
– เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการศึกษาพบว่าถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 41-80 กรัมต่อวัน จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ 1.5 เท่า และถ้าดื่มมากกว่า 80 กรัมต่อวัน จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเป็น 7.3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์น้อยกว่า 40 กรัมต่อวัน และความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับจะไม่ลดลงแม้ว่าจะหยุดดื่มแล้วก็ตาม
– สารอัลฟลาท็อกซิน Aflatoxin ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางชนิด พบในอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด พริกแห้ง เป็นต้น ผู้ที่ตรวจพบว่ามีสารอัลฟลาท็อกซิน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ 5.0-9.1 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ตรวจไม่พบสารดังกล่าวในร่างกาย

การป้องกันมะเร็งตับ

– แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี แก่เด็กทุกราย รวมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนถึงวิธีการติดต่อของไวรัสตับอักเสบ บี และซี
– ลดสาร aflatoxin โดยการเน้นการเก็บอาหารให้แห้งเพื่อลดปริมาณ aflatoxin
– โรคตับแข็ง โดยการลดการดื่มสุรา
– พยาธิใบไม้ในตับ ให้ประชาชนลดการบริโภคอาหารดิบ ๆ
– สารเคมีต่าง ควรมีมาตรการป้องกันทั้งผู้บริโภค และคนงานมิให้ได้รับสารเคมีเหล่านี้

วิธีการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งตับ

– ตรวจเลือดหาค่า Alfa-fetoprotein (AFP)
– การทำอัลตร้าซาวน์ตับ

การรักษามะเร็งตับ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมีอาการชัดเจนแล้ว มักจะเป็นมะเร็งระยะท้าย ซึ่งไม่อาจเยียวยาให้หายได้ แพทย์จะให้การบำบัดรักษา เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด และวิธีอื่นๆ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและความทุกข์ทรมาน ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และยืดอายุให้ยืนยาวออกไปให้ได้มากที่สุด

ส่วนผู้ป่วยส่วนน้อยที่ตรวจพบมะเร็งตับระยะแรก ก็จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัด ปลูกถ่ายตับ เคมีบำบัด และวิธีอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้หายขาด หรือมีชีวิตยืนยาวได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งตับ

– หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา การบริโภคอาหารประเภท ถั่ว ข้าว หรือข้าวโพดที่ชื้น และมีราขึ้น โดยเฉพาะถั่วลิสงป่น และการกินอาหารประเภทปลาน้ำจืด กุ้ง และหอยน้ำจืดที่ไม่ได้ทำให้สุกเสียก่อน
– ควรพบแพทย์ เมื่อมีอาการแน่น อืดท้อง เจ็บเสียด และคลำได้ก้อนบริเวณชายโครงขวา และลิ้นปี่
– ในผู้ที่มีประวัติตับแข็ง หรือตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ต้องคอยเฝ้าระวังโรคและต้องพบแพทย์เมื่อมีอาหารผิดปกติ
– ผู้ที่ทำงานที่ต้องสัมผัสกับเลือด และน้ำเหลืองของผู้ป่วย ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบด้วย