มะเร็งช่องปาก ระยะแรก

มะเร็งช่องปาก ระยะแรก

สวัสดีค่ะสำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของมะเร็งช่องปากกัน เชื่อว่าหลาย ๆ คนนั้นก็คงจะกลัวและก็คงจะคิดว่า อี๋…….มะเร็งช่องปากน่ากลัวเป็นที่สุดมันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน และทำยังไงนะฉันถึงจะไม่เป็นมะเร็งช่องปากนึกถึงตอนเคี้ยวข้าวแล้วนี่คงจะลำบากแบบสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมนี่

แน่นอนค่ะวันนี้เราเลยจะมาแนะนำ เรื่องของมะเร็งช่องปากกันว่าสาเหตุมาจากอะไรและมะเร็งช่องปากนั้นในระยะแรกเราจะเริ่มสังเกตได้ยังไงว่าฉันเป็นนะ ฉันไม่เป็นนะ สำหรับมะเร็งช่องปากนั้นส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีวัยอายุ 40 ปีขึ้นไปและ ส่วนใหญ่จะ มาจากสาเหตุของการดูดบุหรี่จัดมาก ๆ ซึ่งสารในบุหรี่ก็อย่างที่รู้ ๆ นะคะ ว่ามันเป็นอันตรายต่อสุขภาพปอด ช่องปาก หลอดลมและกระบวนการอื่น ๆ มากมาย จมูกเงี่ย! เราสูดดมมันเข้าไป มีหวัง ได้รับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งมากมายเลยทีเดียว อาการของมะเร็งในช่องปากนั้นจะมีอะไรบ้างเรามาดูกันดีกว่าว่าคุณนั้นจะอยู่ในระยะเสี่ยงรึเปล่าอาการนั้นจะมีดังนี้ อาการเจ็บที่ริมฝีปาก เหงือก หรือภายในช่องปาก ซึ่งมีเลือดออกได้ง่าย และไม่หายขาดฝ้าขาวหรือแดงที่เหงือก ลิ้น หรือภายในช่องปาก มีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร เจ็บปากแบบหาสาเหตุไม่ได้รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรอยู่ที่เหงือกหรือ ในปาก เสียงเปลี่ยนไป และขากรรไกรทำให้การสบฟันผิดปกติทั้งหลายเหล่านี้คือ ระยะแรกค่ะของการเริ่มต้น เพราะฉะนั้นควรจะระมัดระวังให้ดีเพราะเป็นทีมันหายยากนะจ้าขอบอก!

รู้จักกับมะเร็งช่องปาก

อวัยวะในช่องปากอาจจะเกิดโรคมะเร็งได้ทุกตำแหน่ง ได้แก่ ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก พื้นปากใต้ลิ้น ลิ้นไก่ และทอนซิล มะเร็งช่องปากพบในช่วงอายุ 59-69 ปี ยกเว้นมะเร็งของลิ้นอาจพบได้ในช่วงที่อายุน้อยกว่า

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

– จากการสำรวจพบว่า 90% พบในผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ และยังพบอีกว่าจะมีโอกาศเป็นมะเร็งในช่องมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ถึง 15 เท่า
– การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคือง เมื่อระคายเคืองเป็นประจำจะทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนไปจากเดิม และอาจทำให้กลายเป็นมะเร็งได้
– เคี้ยวหมากพลู พบว่าในหมากพลูมีสารก่อมะเร็งอยู่ด้วย ดังนั้นผู้ที่กินหมากหรืออมหมากในกระพุ้งแก้มเป็นประจำจะทำให้เกิดการระคายเคือง จากความแข็งของหมากก็อาจจะทำให้กระพุ้งแก้มมีการเปลี่ยนแปลงด้วย
– สุขภาพในช่องปากไม่ดี เช่น ฟันผุ ฟันบิ่น เกิดการระคายเคืองของฟัน ทำให้เป็นแผลเรื้อรังเวลานาน ๆ แผลนั้นอาจจะกลายเป็นมะเร็งได้
– แสงแดดทำให้เกิดเป็นมะเร็งบริเวณริมฝีปาก
– โรคติดเชื้อเรื้อรัง เช่น ซิฟิลิส วัณโรค
– การระคายเคืองเรื้อรัง เช่น แผลจากฟันปลอม
– เคยได้รับรังสีเอกซเรย์

อาการของมะเร็งในช่องปาก

– อาการเจ็บที่ริมฝีปาก เหงือก หรือภายในช่องปาก ซึ่งมีเลือดออกได้ง่าย และไม่หายขาด
– ตุ่มหรือก้อนบริเวณแก้มซึ่งสามารถรู้สึกได้ด้วยลิ้น
– การสูญเสียความรู้สึก หรืออาการชาในบริเวณใดก็ตามของช่องปาก
– ฝ้าขาวหรือแดงที่เหงือก ลิ้น หรือภายในช่องปาก
– ปัญหาในการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร
– อาการเจ็บที่ปากที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือความรู้สึกว่ามีบางอย่างติดคอโดยหาสาเหตุไม่ได้
– การบวมของขากรรไกรทำให้การสบฟันผิดปกติ
– เสียงเปลี่ยนไป

ระยะของมะเร็งช่องปาก

มะเร็งช่องปากแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ก้อน/แผลมะเร็งมีขนาดโตน้อยกว่า หรือเท่ากับ 2 เซนติเมตร
ระยะที่ 2 ก้อน/แผลมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 2 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 4 เซนติเมตร
ระยะที่ 3 ก้อน/แผลมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 4 เซนติเมตร และ/หรือ มีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ 1 ต่อมซึ่งขนาดโตไม่เกิน 3 เซนติเมตร เกิดขึ้นเพียงข้างเดียวของลำคอ
ระยะที่ 4 ก้อน/แผลมะเร็งมีการลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ และ/หรืออวัยวะข้างเคียง และ/หรือ มีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่คอ 1 ต่อมแต่มีขนาดโตกว่า 3 เซนติเมตร และ /หรือ มีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองมากกว่า 1 ต่อม และ/หรือ ลุกลามเข้าต่อมน้ำ เหลือง ลำคอทั้ง 2 ข้าง และ/หรือ มีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด (โลหิต)ไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่พบได้บ่อยคือ ปอด ตับ และกระดูก

วิธีการรักษามะเร็งช่องปาก

มะเร็งช่องปากมีวิธีการรักษาหลัก 3 วิธีคือ การผ่าตัด รังสีรักษา และเคมีบำบัด
การผ่าตัด มักใช้รักษาโรคระยะที่ 1 ระยะที่ 2 หรือเริ่มๆ ระยะที่3 ที่ต่อมน้ำเหลืองยังมีขนาดเล็ก หลังการผ่าตัดแพทย์จะตรวจเนื้อที่ผ่าตัดออกไปทางพยาธิ ถ้ามีข้อบ่งชี้ก็จะให้การรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีรักษาและอาจร่วมกับเคมีบำบัดด้วย
รังสีรักษา อาจเป็นวิธีการรักษาโดยใช้รังสีอย่างเดียว หรือรังสีร่วมกับการผ่าตัดหรือรังสีร่วมเคมีบำบัด หรือรังสี ผ่าตัดและ
เคมีบำบัด เป็นการรักษาที่มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดและรังสี แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดและทำรังสีรักษาไม่ได้ ก็อาจใช้เคมีบำบัดเพียงวิธีการอย่างเดียวซึ่งมักเป็นกรณีการรักษาเพื่อประคับประคองและเช่นเดียวกับวิธีการรักษาอื่นๆ การใช้เคมีบำบัดก็ต้องมีข้อบ่งชี้แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งช่องปาก

– หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้า
– หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งบางอย่าง เช่น หมาก
– ตรวจสุขภาพช่องปากและฟันโดยแพทย์ปีละครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีอัตราเสี่ยง คือ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า กินหมาก ใส่ฟันปลอม หรือมีฟันเก
– ถ้ามีแผลเรื้อรังในปาก หรือมีก้อนที่คอ ควรได้รับการตรวจจากแพทย์