ผ่าตัดมะเร็งเต้านม

เราได้รู้จักกับมะเร็งเต้านมกันไปบ้างแล้วในบทความ รู้จักกับมะเร็งเต้านม ในบทความนี้เรามารู้จักกับวิธีรักษามะเร็งเต้านมโดยการผ่าตัดมะเร็งเต้านมกัน

การผ่าตัดเต้านมนั้นมีวิธีอยู่ 2 วิธีได้แก่
1. Breast conserving surgery
2. Mastectomy

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Breast conserving surgery

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Breast conserving surgery เป็นการผ่าตัดเอาเนื้อมะเร็งและเนื้อเต้านมรอบ ๆ มะเร็งออกเรียกว่า Lumpectomy บางครั้งหากเป็นมากต้องตัดทั้งเต้านม

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Mastectomy

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Mastectomy คือการผ่าตัดเอา เต้านม ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ และกล้ามเนท้อที่หน้ออกออกซึ่งมีวิธีการผ่าตัดได้หลายชนิด คือ
– simple mastectomy เป็นการผ่าตัดเอาเฉพาะเต้านมออกหมดแต่ต่อมน้ำเหลือง แต่ไม่ตัดกล้ามเนื้อ
– Modife radical mastectomy ผ่าตัดเอาเต้านมและต่อมน้ำเหลือง และกล้ามเนื้อหน้าอกบางส่วนออก
– Radical mastectomy ผ่าตัดเอาเต้านม ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทั้งหมด และกล้ามเนื้อหน้าอกออกหมด

การเลือกวิธีผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Breast conserving surgery กับแบบ Mastectomy

ข้อดีของการผ่าตัดแบบ Lumpectomy คือเต้านมยังคงอยู่ แต่ข้อเสียคือต้องเสียเวลามาทำงานรักษาด้วยรังสี แต่การผ่าตัดแบบ mastectomy ก็อาจจะต้องให้รังสีรักษาด้วยในบางราย การเลือกวิธีรักษาขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
– ผู้ป่วยยังต้องการที่จะมีเต้านมหรือไม่
– ต้องเสียเวลาเพื่อทำการรักษาโดยการฉายแสงหรือไม่
– ต้องการทำผ่าตัดตกแต่งหรือไม่
– การผ่าตัดเต้านมทั้งหมดเพื่อตัดการเจริญเติบโตหรือการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง

การรักษามะเร็งโดยการผ่าตัด

การรักษามะเร็งโดยการผ่าตัด โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาเงื่อนไขหลาย ๆ ด้านของผู้ป่วย รวมทั้งขนาดและตำแหน่งของเนื้อร้ายโอกาสที่จะทุเลามีมากน้อยเพียงใดจึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่า จะต้องทำการรักษาโดยการผ่าตัด

วัตถุประสงค์ของการการผ่าตัดมะเร็ง

วัตถุประสงค์ของการการผ่าตัดมะเร็ง อาจแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

1. การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยมะเร็ง สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
   1.1 การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง (Diagnostic surgery) วิธีนี้เป็นการตัดเอาเนื้อตัวอย่างเพื่อไปวิเคราะห์และจำแนกชนิดของมะเร็ง โดยการนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบ
   1.2 การผ่าตัดเพื่อแยกแยะระยะของโรคมะเร็ง (Staging surgery) เป็นการพิจารณาขนาดและความรุนแรงของโรค ซึ่งใช้หลายวิธีในการตรวจวินิจฉัยร่วมกัน ซึ่งจะทำให้สามารถจำแนกระยะของโรคทางคลีนิก หรือขั้นของมะเร็ง (Clinical stage) ได้ การวินิจฉัยโดยใช้การผ่าตัด จะให้ประโยชน์มากในการประเมินการกระจายหรือการลุกลามของมะเร็ง

2. การผ่าตัดเพื่อป้องกัน บำบัด รักษามะเร็ง มีจุดมุ่งหมายหลายประการ ซึ่งอาจแยกได้ 6 ประการ คือ
   2.1 การผ่าตัดเพื่อการป้องกัน (Preventive or Prophylactic surgery) เป็นการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อ หรือก้อนเนื้อออก ซึ่งก้อนเนื้อนั้นยังไม่เป็นเนื้อร้าย แต่มีลักษณะหรืิอแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็ง หรืออยู่ในระยะก่อนกลายเป็นเนื้อร้าย
   2.2 การผ่าตัดเพื่อโอกาสในการรักษามะเร็ง (Potentially curative surgery) เป็นการผ่าตัดในกรณีที่คาดว่าการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อหรืออวัยวะออกจะเป็นการรักษาได้ หรือก้อนเนื้อร้ายถูกกำจัดออกไปหมด
   2.3 การผ่าตัดเพื่อการรักษามะเร็ง (Surgical treatment for cancer or Curative surgery) วัตถุประสงค์ในการผ่าตัดเพื่อการรักษามะเร็งนี้ จัดเป็นวิธีพื้นฐานในการรักษามะเร็ง ใช้ในรายที่วิธีการผ่าตัดจะสามารถเอาก้อนเนื้อมะเร็งร้ายออกได้ทั้งหมด ซึ่งต้องมีการตรวจวินิจฉัยก่อน
   2.4 การผ่าตัดเพื่อจำกัดขนาดของเนื้อเยื่อ (Debulking or cytoreductive surgery) เป็นการผ่าตัดที่ใช้เฉพาะรายที่หากตัดเอาก้อนเนื้อออกหมดแล้วอาจทำลายอวัยวะหรือเนื้อเยื้อและบริเวณข้างเคียงมากเกินไป แพทย์จึงอาจตัดเนื้อร้ายออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และใช้การรักษาอื่นตามหลัง
   2.5 การผ่าตัดเพื่อการบรรเทาโรคหรือการประคับประคองผู้ป่วย (Supportive surgery or Palliative treatment) เป็นการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการของโรค โดยเฉพาะบรรเทาอาการปวด หรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน ซึ่งใช้ในกรณี
ที่ก้อนเนื้อนั้นมีขนาดโตเกินกว่าที่จะทำผ่าตัดทิ้งออกทั้งหมด
   2.6 การผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูสภาพและโครงสร้าง (Restorative or Reconstructive surgery) เป็นการผ่าตัดภายหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดและวิธีต่าง ๆ แล้ว โดยจะทำการผ่าตัดเพื่อ
ฟื้นฟูสภาพร่างกายทั้งในด้านภาพลักษณ์และฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

การผ่าตัดเป็นทางเลือกแรกในการรักษาโรคมะเร็ง แต่การลงมืดกับร่างกายเพื่อผ่าเอาเนื้องอกออกไป อวัยวะส่วนหนึ่งก็หายไปด้วย ดังนั้นยิ่งผ่าตัดใหญ่เท่าใด ร่างกายก็ยิ่งได้รับความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น ทั้งยังส่งผลกับพลังชีวิตและภูมคุ้มกันที่เสียไป แม้จะผ่าตัดเอาเนื้องอกออกไปได้ แต่ก็ใช้เวลานานที่ร่ายกายจะฟื้นฟูกลับมา ดังนั้นเราควรดูแลรักษาสุขภาพของเราให้ดีที่สุด