ประโยชน์ของ ยอ

ประโยชน์ของ ยอ

ยอ

ยอ

รายละเอียด

ชื่ออื่น : ยอบ้าน (ภาคกลาง) มะตาเสือ (ภาคเหนือ) ยอ แยใหญ่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ : Indian Mulberry
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Morinda citrifolia L.
วงศ์ : Rubiaceae

ลักษณะทั่วไป

ไม้ต้น สูง 2-6 เมตร
เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรี กว้าง 8-15 ซม. ยาว 10-20 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก ออกเป็นช่อกลมตามซอกใบ ดอกสีขาว กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีกลิ่นหอม
ผล เป็นผลรวม ผิวขรุขระเป็นตุ่ม ผลสุกมีกลิ่นเหม็นเอียน เมล็ดสีน้ำตาลมีหลายเมล็ด

ส่วนที่ใช้

ใบ ราก ผลดิบ ผลสุก

สรรพคุณ

ใบ : มีคุณสมบัติในการบำรุงสายตา หัวใจ คั้นน้ำทาแก้โรคเก๊าท์ ปวดตามข้อเล็กๆ ของนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือคั้นน้ำสระผมฆ่าเหา แก้กระษัย ใช้ใบปรุงเป็นอาหาร แก้ท้องร่วง
ราก : ใช้เป็นยาระบาย แก้กระษัย ใช้สกัดสีออกมา เป็นสีย้อมผ้าได้ โดยผสมส่วนของเกลือต่างๆ สามารถเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ ได้ตามต้องการ ซึ่งสีเดิมของรากจะมีสีเหลือง หรือเหลืองปนแดง หากผสมตามส่วนด้วยเกลือ อาจจะได้สีแดง ชมพู น้ำตาลอ่อน สีม่วงแดง หรือสีดำ
ผล : โตเต็มที่แต่ไม่สุก จิ้มน้ำผึ้งรับประทาน มีคุณสมบัติเป็นยาขับลม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ กระเพาะอาหาร แก้เหงือกเปื่อยเป็นขุมบวม ขับเลือดลม ขับโลหิตประจำเดือน
ผลดิบ : ต้มน้ำรับประทานกับรากผักชี แก้อาการอาเจียนของหญิงมีครรภ์



ประโยชน์ของ ฟ้าทะลายโจร

ประโยชน์ของ ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร

รายละเอียด

ชื่ออื่น : หญ้ากันงู (สงขลา) น้ำลายพังพอน ฟ้าละลายโจร (กรุงเทพฯ) ฟ้าสาง (พนัสนิคม) เขยตายยายคลุม สามสิบดี (ร้อยเอ็ด) เมฆทะลาย (ยะลา) ฟ้าสะท้าน (พัทลุง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.ex Nees
ชื่อสามัญ : Kariyat , The Creat
วงศ์ : ACANTHACEAE

ลักษณะทั่วไป

ไม้ล้มลุก สูง 30-70 ซม. ทุกส่วนมีรสขม กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม
ใบ เดี่ยว แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก ช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อย กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่ ปากล่างมี 2 กลีบ
ผล เป็นฝัก เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล แตกได้ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้

ทั้งต้น ใบสด ใบแห้ง ใบจะเก็บมาใช้เมื่อต้นมีอายุได้ 3-5 เดือน

สรรพคุณ

แก้ไข้ทั่ว ๆ ไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่
ระงับอาการอักเสบ พวกไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี
แก้ติดเชื้อ พวกทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ
เป็นยาขมเจริญอาหาร



ประโยชน์ของ ฟักทอง

ประโยชน์ของ ฟักทอง

ฟักทอง

ฟักทอง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : มะฟักแก้ว (เหนือ), มะน้ำแก้ว (เลย), น้ำเต้า (ใต้), หมักอื้อ (เลย-ปราจีนบุรี), หมากฟักเหลือง (ฉาน-แม่ฮ่องสอน), เหลืองเคล่า, หมักคี้ส่า
ชื่อสามัญ : Pumpkin
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cucurbita maxima Duchesne.
วงศ์ : CUCURBITACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นเป็นเถาเลื้อยไปตามพื้นดินและต้องการหลักยึด ตามลำเถาจะมีมือเอาไว้เกาะ เถามีขนาดยาว ใหญ่ และมีขนสาก ๆ ปกคลุมอยู่ มีสีเขียว
ใบ : ออกใบเดี่ยว ตามลำเถา ใบของฟักทองเป็นแผ่นใหญ่สีเขียว แยกออกเป็น 5 หยักและมีขนสาก ๆ มือ ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งใบ
ดอก : ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ และส่วนที่ยอดของเถา ลักษณะของดอกเป็นรูปกระดิ่งสีเหลือง ในดอกตัวเมียเมื่อบานเต็มที่แล้ว จะมองเห็นผลเล็ก ๆ ติดอยู่ที่ใต้ดอก
ผล : มีขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นพูกลมจะมีทั้งทรงแบน และทรงสูง เปลือกของผลจะแข็ง มีทั้งสีเขียวหรือสีน้ำตาลแดงก็แล้วแต่ชนิดของฟักทองนั้น ๆ เนื้อในผลสีเหลืองรับประทานได้ เมื่อทานเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย

ส่วนที่ใช้

ผล เมล็ด

สรรพคุณ

ผล : เนื้อในของผลฟักทองนั้นจะมีสารพวก carotenes อยู่ ซึ่งสารนี้เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคาวหรือของหวาน เป็นอาหารเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี
เมล็ด : ภายในเมล็ดจะมีน้ำมันชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นยาที่ใช้ถ่ายพยาธิตัวตืด โดยการใช้เมล็ดแห้ง 60 กรัมนำมาบดให้เป็นผง แล้วผสมกับน้ำตาลและนม ให้คนไข้ทานโดยทิ้งช่วงห่างประมาณ 2 ชั่วโมง พอครั้งสุดท้ายให้ดื่มน้ำมันละหุ่งตามเพื่อให้ถ่าย



ประโยชน์ของ ฟักข้าว

ประโยชน์ของ ฟักข้าว

ฟักข้าว

ฟักข้าว

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ฟันเข้า, ผักเข้า (เชียงใหม่), ขี้กาเครือ (ตานี)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica cochinchinensis Spreng.
วงศ์ : CUCURBITACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้เลื้อย ที่มีเถาเป็นสี่เหลี่ยม และต้องอาศัยพาดพันกับต้นใหญ่ หรือขึ้นตามร้านที่ทำไว้ให้ ตามข้อของเถาจะมีมือสำหรับจับหรือเกาะซึ่งคล้ายกับผักตำลึง ลำเถามีขนาดโตเท่าข้อมือได้ หรืออาจจะเล็กและใหญ่กว่านี้ก็มี สีเขียวคล้ำ ๆ สามารถเลื้อยไปได้ไกลและยาว
ใบ : ออกใบเดี่ยว เรียงกันตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปสามแฉก ปลายแฉกแต่ละแฉกนั้นจะแหลม โตเท่าฝ่ามือหรือเล็กกว่านี้ มีสีเขียว ใบหนาทึบซึ่งเป็นไม้ร่มได้ดี
ดอก : ออกดอกเดี่ยว ใหญ่ ลักษณะคล้ายดอกตำลึง สีขาวอมเหลือง มีอยู่ 5 กลีบ
ผล : เป็นลูกกลม ๆ เท่ากับลูกมะตูมหรือลูกมะขวิด มีหนามรอบ ๆ ผล เมื่อผลยังอ่อนเป็นสีเขียวรับประทานได้ แต่พอแก่หรือสุกเต็มที่แล้วมีสีเหลืองและแดงเข้มทานไม่ได้

ส่วนที่ใช้

ใบ เมล็ด และราก

สรรพคุณ

ใบ : นำมาปรุงเป็นยาเขียว และใช้ดับหรือถอนพิษทุกชนิด
เมล็ด : ปรุงเป็นยาแก้วัณโรค และช่วยบำรุงปอด
ราก : มีรสเย็น ใช้ดับพิษไข้ทุกชนิด ซึ่งรากนี้จะเบื่อเล็กน้อยใช้ถอนพิษต่าง ๆ



ประโยชน์ของ ฟัก

ประโยชน์ของ ฟัก

ฟัก

ฟัก

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ฟักขาว, ฟักเขียว, ฟักจีน, แฟง (ภาคกลาง), ขี้พร้า (ภาคใต้), ฟักขี้หมู, ฟักจิง, มะฟักขม, มะฟักหม่น, มะฟักหม่นขม (ภาคเหนือ), มะฟักหอม (แม่ฮ่องสอน), ดีหมือ, ลุ่เค้ส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ตังกวย (จีน)
ชื่อสามัญ : Wax Gourd, White Gourd, Chinese Water Melon, Chinese Preserving Melon
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Benincasa hispida Cogn.
วงศ์ : CUCURBITACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้เถาเลื้อย ที่มีลำต้นแข็งแรงและยาว จะแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นมีสีเขียวและจะมีขนค่อนข้างแข็งขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วต้น ขนนี้มีสีเหลืองออกเทา ๆ
ใบ : ออกใบเดี่ยวเรียงสลับกันไปตามข้อต้น ตัวใบใหญ่และยาวเท่า ๆ กันประมาณ 2-6 นิ้ว ลักษณะของใบคล้ายกับฝ่ามือ ขอบใบแยกออกเป็น 5-7 แฉกปลายแฉกจะแหลม โคนใบเว้าเข้าหาก้านใบ ผิวใบจะมีขนปกคลุมทั้งสองข้าง มีสีเขียว มีก้านใบยาวประมาณ 4 นิ้วได้
ดอก : เป็นดอกเดี่ยว ออกตามข้อต้นซึ่งดอกเพศผู้และเมียจะอยู่กันคนละดอกแต่อยู่ในต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้นั้นจะเป็นหลอดยาวประมาณ 2-4 นิ้ว และตรงปลายดอกแยกออกเป็น 5 กลีบยาว 1-2 นิ้วมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบเช่นกัน ส่วนดอกตัวเมียนั้นก้านดอกจะสั้นกว่า ส่วนปลายแยกออกเป็น 3 แฉก มีรังไข่อยู่ภายในดอก ดอกของฟันนี้มีสีเหลือง
ผล : เป็นรูปกลมยาว เปลือกมีสีเขียวและเนื้อในผลมีสีขาว ผลจะกว้างประมาณ 8-12 นิ้วยาว 1-2 ฟุต เมล็ดที่อยู่ภายในผลมีสีขาวหรือสีขาวออกเหลือง

ส่วนที่ใช้

เถา ใบ ผล เปลือกผล ไส้ในผล และเมล็ด

สรรพคุณ

เถา : ใช้เถาสด ซึ่งมีรสขมและเย็น ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวารหลุด แก้ปอดอักเสบ มีไข้สูง เอาเถาตำคั้นเอาแต่น้ำหรือเอาต้มน้ำทาน ใช้จำนวนพอควร แต่ถ้าภายนอกก็ใช้ชะล้าง
ใบ : แก้โรคบิด ท้องเสีย ร้อนในกระหายน้ำ มาลาเรีย ผึ้งต่อย แก้บวมอักเสบมีหนอง ให้ใช้ใบสดต้มหรือคั้นเอาแต่น้ำทาน และอาจตำพอกหรือบดเป็นผงผสมกับยาอื่นทา
ผล : เอาผลที่แก่จะเป็นผลแห้งหรือสดก็ได้ เป็นยาขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ หอบ แก้ร้อนในกระหายน้ำ บิดท้องเสีย หนองใน บวมน้ำ หลอดลมอักเสบ อืดแน่น ริดสีดวงทวาร พิษจากเนื้อสัตว์หรือปลา โดยใช้ผลประมาณ 60-240 กรัม ต้มกับน้ำหรือคั้นเอาแต่น้ำทาน ถ้าภายนอกก็เอาน้ำชะล้าง
เปลือกผล : เป็นยาแก้บวม ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แผลบวม อักเสบมีหนอง ใช้เปลือกผลที่แห้งและสะอาด 10-30 กรัม ต้มกับน้ำหรือผสมกับยาอื่นทาน ถ้าภายนอกก็บดเป็นผงทาหรือชะล้างไส้ในผล มีรสชุ่ม แก้ร้อนในกระหายน้ำ หนองใน แก้บวมน้ำ บวมอักเสบ มีหนอง และลบรอยด่างดำบนใบหน้า ซึ่งต้องใช้ใส้ในสด 30-60 กรัม ต้มกับน้ำหรือคั้นเอาน้ำ
เมล็ด : เป็นยาละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ บำรุงปอด แก้บวมน้ำ ไอมีเสมหะ ลำไส้อักเสบ วัณโรค หนองใน ริดสีดวงทวาร แผลมีหนองตกสะเก็ด ใช้เมล็ดที่ตากแห้งแล้ว ก่อนใช้ต้องล้างให้สะอาดก่อนใช้ประมาณ 9-30 กรัมบดเป็นผง หรือต้มกับน้ำทาน หรือใช้ทาและชะล้าง

ประโยชน์ของ ฟองสมุทร

ประโยชน์ของ ฟองสมุทร

ฟองสมุทร

ฟองสมุทร

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : พวงม่วง, เทียนหยด (กรุงเทพฯ), เครือออน (แพร่), สาวบ่อลด (เชียงใหม่), เอี่ยฉึ่ง (จีน)
ชื่อสามัญ : Golden Dew Drop, Crepping Sky Flower, Pigeon-Berry
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Duranta repens Linn.
วงศ์ : VERBENACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่ม แตกกิ่งก้านสาขารอบ ๆ ต้น ลำต้นสูงประมาณ 2-3 เมตร ตามกิ่งอาจจะมีหนามบ้างเล็กน้อย
ใบ : ออกใบเดี่ยว ตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบจะเป็นรูปรีปลายแหลมหรือมนแต่จะสั้น ส่วนโคนใบนั้นเรียวยาวไปจนถึงก้านใบ ขอบใบเป็นจักคล้ายฟัน ใบยาวประมาณ 1-2.5 นิ้ว สีเขียวใบดกเต็มต้น
ดอก : ออกเป็นช่อ จากง่ามใบและส่วนยอดของลำต้นช่อดอกยาวประมาณ 4 นิ้ว โคนใบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 กลีบขนาดไม่เท่ากัน มีสีม่วงน้ำเงินหรือสีขาว บานเต็มที่ประมาณ 0.5 นิ้ว
ผล : เป็นลูกกลมรีเล็ก ๆ เมื่อแก่จะเป็นสีเหลืองและยังมีกลีบเลี้ยงติดอยู่

ส่วนที่ใช้

ใบ เมล็ด

สรรพคุณ

ใบ : มีรสชุ่ม กลิ่นฉุน นำมาทำเป็นยาห้ามเลือด แก้ฝีฝักบัว แก้บวม แก้อักเสบ และแก้หนอง โดยการใช้ใบสดตำผสมกับน้ำตาลทราย แล้วพอกตรงบริเวณที่เป็นเมล็ด ใช้แก้ไข้มาลาเรีย เร่งคลอด แต่จะต้องใช้เมล็ดที่แห้งประมาณ 15-20 เม็ด เอามาตำหรือบดเป็นผงผสมทาน



ประโยชน์ของ ฝิ่นต้น

ประโยชน์ของ ฝิ่นต้น

 ฝิ่นต้น

ฝิ่นต้น

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : มะละกอฝรั่ง (ทั่วไป)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jatropha multifda Linn.
วงศ์ : EUPHORBIACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ขนาดย่อม ลักษณะของลำต้นจะคล้ายต้นมะละกอ แต่มีขนาดเล็ก และเป็นแกนแข็งกว่า
ใบ : ลักษณะของใบแยกเป็นแฉก คล้ายใบมะละกอ มีขนาดใหญ่ประมาณ 10 ซม.
ดอก : ดอกมีขนาดเล็ก ๆ เป็นช่อแบนแน่นติดกัน ดอกมีเป็นสีแดงสด ลักษณะของดอก เหมือนกับดอกกะตังบาย หรือดอกเถาคัน
ผล : ผลมีลักษณะกลมเป็นพู คล้ายกับผลสลอด หรือผลปัตตาเวีย แต่มีขนาดโตกว่า

ส่วนที่ใช้

เปลือกลำต้น

สรรพคุณ

เปลือกลำต้น : มีรสฝาด นำมาปรุงเป็นยาแก้อาเจียน แก้ท้องเสีย แก้ปวดเบ่ง แก้ปวด เมื่อยตามข้อ แก้ลงแดง และเป็นยาคุมธาตุ เป็นต้น



ประโยชน์ของ ฝิ่น

ประโยชน์ของ ฝิ่น

ฝิ่น

ฝิ่น

รายละเอียด

ชื่ออื่น : ฝิ่น (ทั่วไป)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Papaver somniferum L.
วงศ์ : PAPAVERACEAE

ลักษณะทั่วไป

เป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีความสูประมาณ 0.5-1.5 เมตร ลักษณะของลำต้นเป็นแกนแข็ง มีสีเขียวเข้ม
ใบ : เป็นใบเดี่ยว ออกตามบริเวณโคนต้น ลักษณะของใบคล้ายกับใบผักกาดขาว หรือใบ มหากาฬ
ดอก : ออกเป็นดอกเดี่ยว อยู่บริเวณปลายลำต้น เป็นดอกขนาดใหญ่ ลักษณะของดอกมี กลีบรองกลีบดอก 2 กลีบ และกลีบดอกมีประมาณ 4 กลีบ กลีบดอกบาง มีสีขาว สีแดง สีชมพู และสีม่วง ข้างในดอกมีรังไข่
ผล : มีลักษณะคล้ายกับผลทับทิมอ่อน ๆ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลเมื่อแก่พอได้ขนาดก็จะมี การกรีดยาง โดยใช้ปลายมีดเล็กเล็กกรีดจากหัวขั้ว จนถึงก้นลูก จากนั้นก็จะปล่อยให้มันแห้งเป็นสีเหลืองนวล ข้างในผลมีเมล็ดเป็นสีดำเหลือบขาวเล็กน้อย อยู่ตามซีกกลีบข้างใน เป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ

ส่วนที่ใช้

เปลือกลำต้น ยางฝิ่น

สรรพคุณ

เปลือกลำต้น : นำมาใช้เป็นยาแก้ลงแดง เป็นยาคุมธาตุหรือเป็นยาแก้ปวดเมื่อย
ยางฝิ่น : ใช้ยางฝิ่นหลังจากที่ได้ผ่านกรรมวิธี โดยการนำเอายางสดที่กรีดมา แล้วเอามา ต้มเคี่ยวให้สุก จะมีกลิ่นหอมนำมาสูบ ฉีด หรือนำมาผสมเป็นยา แก้บิดเรื้อรัง แก้ลงแดง แก้ปวดท้อง แก้ปวดเมื่อย ทำให้จิตใจเป็นปกติ และทำให้นอนหลับ



ประโยชน์ของ ฝ้ายแดง

ประโยชน์ของ ฝ้ายแดง

ฝ้ายแดง

ฝ้ายแดง

รายละเอียด

ชื่อสามัญ : Ceylon cotton, Chinese cotton
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gossypium arboreum Linn.
วงศ์ : MALVACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดกลาง จะแตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบรอบต้น มีกิ่งก้านที่แข็งแรง ลำต้นสูงประมาณ 4-5 ฟุต
ใบ : มีสีแดง เป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของใบนั้น ใบแยกออกเป็น 4-5 แฉก ปลายใบแหลม ริมขอบใบเรียบ ขนาดของใบโตเท่ากับใบตำลึง ใต้ท้องใบเห็นเส้นใบได้ชัด ก้านใบเป็นสีแดง เหมือนเดียวกับใยของมัน
ดอก : ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว จะแตกออกตามบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีสีแดงสดและตรงกลางดอกจะเป็นสีม่งอมดำประแต้มด้วยสีเหลือง กลีบดอกจะออกซ้อน ๆ กัน สวยงามมาก

ส่วนที่ใช้

ใบ

สรรพคุณ

ใบ : ใช้ใบสด นำมาปรุงเป็นยากิน แก้ไข้ ช่วยขับเหงื่อ และแก้พิษตานทรางในเด็กได้ดี



ประโยชน์ของ ฝ้ายขาว

ประโยชน์ของ ฝ้ายขาว

ฝ้ายขาว

ฝ้ายขาว

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ฝ้าย, ฝ้ายไทย, ฝ้ายหีบ, ฝ้ายขาว
ชื่อสามัญ : cotton plant
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gossypium herbaceum
วงศ์ : MALVACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้นขนาดย่อม ลักษณะของลำต้นเป็นสีเขียว ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-1.5 ฟุต
ใบ : ใบมีนาดใหญ่ ลักษณะของใบแยกออกเป็นแฉก ประมาณ 4-5 แฉก คล้ายกับใบ พุดตาน ปลายใบแหลม ริมขอบใบเรียบ ใบเป็นสีเขียว
ดอก : ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะของดอกกลีบดอกบาง มีเป็นสีเหลืองนวล ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกกระเจี๊ยบ
ผล : ผลจะออกเมื่อดอกแก่ร่วงไปแล้ว ข้างในผลจะมีใยฝ้ายสีขาวข้างในใยฝ้ายมีเมล็ด เป็น เม็ดดำ ๆ เล็ก แข็ง

ส่วนที่ใช้

เปลือกลำต้น และราก

สรรพคุณ

เปลือกลำต้น และราก ใช้นำมาปรุงเป็นยาขับระดูขาว ขับประจำเดือน ทำให้มดลูกบีบตัว เป็นต้น