ประโยชน์ของ ลำไย

ประโยชน์ของ ลำไย

ลำไย

ลำไย

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ลำไยป่า (ทั่วไป) เจ๊ะเลอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dimocarpus longan Lour.
วงศ์ : SAPINDACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง จะแตกกิ่งก้านสาขาที่เรือนยอดของต้น ลำต้นและกิ่งก้านมีสีน้ำตาลอมเทา
ใบ : ออกใบเดี่ยว มีขนาดเล็ก แต่ใบจะดกหนาทึบ ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่ให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี ลักษณะของใบเป็นรูปหอกปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย มีสีเขียวเข้ม
ดอก : ออกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้น ซึ่งดอกลำใยนี้จะมีขนาดเล็ก สีเหลือง หรือน้ำตาลอ่อน ๆ
ผล : พอดอกร่วงโรยไปก็จะติดผลออกมา ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลม เปลือกสีน้ำตาล เนื้อในผลสีขาวใส และผลหนึ่งจะมีเมล็ดอยู่ 1 เม็ดมีสีดำ ผลทานได้มีรสหวานจะแก่จัดในราวเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เป็นพรรณไม้ที่มีผู้นิยมทานผลกันมาก และเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของทางภาคเหนือด้วย

ส่วนที่ใช้

ใบ ดอก เมล็ด ราก เปลือกผล เนื้อหุ้มเมล็ด

สรรพคุณ

ใบ : เป็นใบสด มีรสจืดและชุ่ม สุขุม เป็นยาแก้โรคมาลาเรีย ริดสีดวงทวาร ฝีหัวขาด และแก้ไข้หวัด โดยนำเอาต้มน้ำกิน
ดอก : ใช้ดอกสด หรือตากแห้งเก็บไว้ใช้ เป็นยาแก้โรคเกี่ยวกับหนองทั้งหลาย โดยใช้ใบสดประมาณ 5-30 กรัมต้มน้ำกิน
เมล็ด : ต้มหรือบดเป็นผงกินจะมีรสฝาด ใช้ภายนอกจะรักษากลากเกลื้อน แผลมีหนอง แก้ปวด สมานแผล ใช้ห้ามเลือด
รากหรือเปลือกราก : ต้มน้ำกินหรือเคี้ยวให้ข้นผสมกิน มีรสฝาด แก้สตรีตกขาวมากผิดปกติ ขับพยาธิเส้นด้าย
เปลือกผล : ใช้ที่แห้งนำมาต้มน้ำกิน แก้อาการวิงเวียนศีรษะและอ่อนเพลีย ทำให้สดชื่น จะมีรสชุ่ม หรือใช้ทาภายนอก โดยเผาเป็นเถ้าหรือบดเป็นผงโรยแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
เนื้อหุ้มเมล็ด : นำมาต้มน้ำกินหรือแช่เหล้า เป็นยาบำรุงม้ามเลือดลมและหัวใจ บำรุงร่างกาย สงบประสาท แก้อ่อนเพลียจากการทำงานหนัก ลืมง่าย นอนไม่หลับ ประสาทอ่อน หรือจะบดเป็นผงผสมกับยาเม็ดกินก็ได้



ประโยชน์ของ ลำโพง

ประโยชน์ของ ลำโพง

ลำโพง

ลำโพง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ลำโพงขาว, กาสลัก, ลำโพงกาสลัก, ลำโพงแดง, ลำโพงดำ (ภาคกลาง), มะเขือบ้าดอกดำ (ลำปาง), มะเขือบ้า (ภาคเหนือ, อีสาน), ละอังกะ (ส่วย-สุรินทร์), เลี้ยก (เขมร-สุรินทร์), มั่วโต๊ะโละ, เล่าเอี้ยงฮวย (จีน)
ชื่อสามัญ : Thorn Apple
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Catura metel Linn., D.alba Nees
วงศ์ : SOLANACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีอายุอยู่ 1-2 ปี ลำต้นจะมีขนาดเท่ากับต้นมะเขือพวง แตกกิ่งก้านออกไปรอบ ๆ ต้น ลำต้นจะเปราะแต่เปลือกต้นกลับเหนียว สูงประมาณ 2 เมตร
ใบ : เป็นไม้ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ เป็นรูปไข่หรือค่อนข้างกลมเล็กน้อย ปลายใบแหลม โคนใบจะไม่เท่ากัน ขอบ เป็นคลื่นลักษณะของใบจะคล้ายกับใบมะเขือพวงเช่นกัน มีสีเขียวอ่อน
ดอก : ออกดอกเดี่ยว อยู่ตามง่ามใบหรือส่วนยอดของต้น ลักษณะของดอกจะเป็นรูปแตรหรือลำโพงมีขนาดใหญ่ มีสีม่วง สีขาว หรือขาวอมเหลืองอมม่วง แต่ถ้าดอกออกสีม่วงจะมีกลีบซ้อน ๆ กันอยู่ 2-3 ชั้นดอกยาวประมาณ 3.5-5.5 นิ้ว
ผล : เมื่อดอกร่วงโรยไปก็จะติดผล ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลมขนาดเท่ากับผลมะเขือเปราะ แต่ปกคลุมไปด้วยหนามทั้งผล โตประมาณ 1-1.5 นิ้วพอแก่จัดจะแตกออกมองเห็นเมล็ดที่อยู่ภายในสีน้ำตาลแบน อยู่เป็นจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้

ใบ เมล็ด ทั้งต้น

สรรพคุณ

ใบ : เป็นยาพอกกลากเกลื้อน แก้แผลเรื้อรัง แก้ฝีและช่วยให้ผู้ที่เป็นหืดหายใจได้สะดวก ใช้ทาเต้านมของหญิงลูกอ่อนที่ให้นมบุตร ซึ่งจะแก้อาการอักเสบของเต้านม
เมล็ด : ใช้ประมาณ 30 กรัมนำมาทุบพอแหลก แล้วก็แช่กับน้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา ฯลฯ ทาตรงบริเวณที่ปวดเมื่อย หรือขัดยอก จะช่วยบรรเทาอาการปวดลง แต่ต้องแช่เอาไว้ประมาณ 7 วันจึงจะนำมาใช้ได้ และใช้ใส่ฟันทีเป็นรูจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ นอกจากนี้เมล็ดยังนำมาดองเหล้าได้ด้วย
ทั้งต้น : ทุกส่วนของลำต้นมีฤทธิ์เป็นยาเสพติด เป็นยาระงับความเจ็บปวด แก้อาการเกร็ง และน้ำคั้นจากต้นเมื่อหยอดตาจะทำให้ม่านตาขยาย ก็เช่นเดียวกับการหยอดตา



ประโยชน์ของ ลำเจียก

ประโยชน์ของ ลำเจียก

ลำเจียก

ลำเจียก

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ลำปาง, ปะหนัน, รัญจวน, ลำจวน, เตยทะเล, การะเกด, ปาแนะ, กาแกด, ดอกกาบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pandanus odoraissimus
วงศ์ : PANDANACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่ม อยู่ในประเภทเดียวกับต้นเตย ลักษณะของลำต้นจะแตกเป็นกอใหญ่ มีลำต้นสูงประมาณ 4-6 เมตร บริเวณโคนต้นจะมีรากอากาศโผล่ออกมา
ใบ : มีสีเขียว ลักษณะคล้ายกับใบสับปะรด คือจะใหญ่ ยาวและหนา ขอบใบเป็นจัก มีหนามแหลม ใต้ท้องใบมีแกนกลาง
ดอก : จะโผล่ออกมาจากกลางลำต้นพอดี ซึ่งดอกนี้จะเริ่มบานในเวลาตอนเย็นและมีกลิ่นหอมฉุน

ส่วนที่ใช้

ราก, ดอก

สรรพคุณ

ราก : ของลำเจียกมีรสเย็นและหวานเล็กน้อย นำมาปรุงเป็นยาแก้พิษเสมหะ พิษไข้ พิษเลือด ขับปัสสาวะ และรากอากาศที่โผล่ออกมาจากโคนต้นนั้น ปรุงเป็นยาแก้หนองใน แก้นิ่ว แก้ระดูขาวมีกลิ่นเหม็น แก้ปัสสาวะพิการ
ดอก : รสหอมเย็น แก้ลม บำรุงหัวใจ



ประโยชน์ของ ลั่นทมดอกขาว

ประโยชน์ของ ลั่นทมดอกขาว

ลั่นทมดอกขาว

ลั่นทมดอกขาว

รายละเอียด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plumeria alba L.
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE
ชื่อสามัญ : Frangipani, Temple Tree, Pagada Tree
ชื่อท้องถิ่น : ลีลาวดี จำปาขอม

ลักษณะทั่วไป

เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาออกไป มีกิ่งก้านที่เปราะและอุ้มน้ำลำต้นสูงประมาณ 4-6 เมตร และมีน้ำยางสีขาว
ใบออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันไปแบบขั้นบันได แต่ใบจะไปดกที่ปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับตรงปลายมน โคนใบสอบแคบ ขอบใบเรียบด้านบนมีผิวมันสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างมีขนสั้นๆ ประปราย และมองเห็นเส้นใบได้ชัดเจน ขนาดของใบกว้างประมาณ2-3.5 นิ้ว ก้านใบยาว 2-2.5 นิ้ว
ดอกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้น ดอกเป็นรูปกรวย ภายในหลอดดอก จะมีขนประปราย
ผลเป็นฝักยาวเรียบ มีผิวเกลี้ยงยาวประมาณ 6-11 นิ้ว ภายในมีเมล็ดเป็นรูปแบนๆ อยู่เป็นจำนวนมาก

สรรพคุณ

น้ำยางใช้ใส่แผล ทาแก้โรคงูสวัด หิด เมล็ดเป็นยาระบาย ขับน้ำเหลือง แก้โรคงูสงัด แผลจากฟิลิส



ประโยชน์ของ ละหุ่ง

ประโยชน์ของ ละหุ่ง

ละหุ่ง

ละหุ่ง

รายละเอียด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ricinus communis L.
ชื่อสามัญ : Castor Bean
วงศ์ : Euphorbiaceae
ชื่ออื่น : มะโห่ง, มะโห่งหิน (ภาคเหนือ), ปี่มั้ว (จีน)

ลักษณะทั่วไป

ไม้พุ่ม : สูง 1-4 เมตร ใบเดี่ยว รูปผ่ามือกว้างและยาว 15-30 ซม.
ดอกช่อ : ออกที่ปลายยอด แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก
ผลแห้ง : แตกได้ มี 3 พู เปลือกเมล็ดสีน้ำตาล มีหลายชนิด ขึ้นกับพันธุ์ละหุ่ง

ส่วนที่ใช้

ใบ ราก น้ำมันจากเมล็ด

สรรพคุณ

ใบ : เป็นยาขับน้ำนม แก้เลือดพิการ
ราก : แก้พิษไข้เซื่องซึม และเป็นยาสมานด้วย
น้ำมันจากเมล็ด : ใช้เป็นยาระบายในเด็ก น้ำมันหล่อลื่น เครื่องจักร ใช้ทำสบู่ ใช้เป็นอาหารสัตว์ และใช้ทำสีโป๊รถ



ประโยชน์ของ ยี่หร่า

ประโยชน์ของ ยี่หร่า

ยี่หร่า

ยี่หร่า

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : หอมป้อม (เหนือ) โหระพาช้าง,กะเพราควาย, กะเพราญวน
ชื่อสามัญ : Kawawya, Caraway Friut, Caraway Seed, Kummel,Caraway
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum Gratissimum
วงศ์ : UMBELLIFERAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีอายุ 2 ปี แตกกิ่งก้านสาขาขนาดเล็ก กิ่งก้านจะไม่ใหญ่ ในช่วงปีแรกนั้นจะแตกกิ่งก้านสาขาและในช่วงปีที่สองจะออกดอกออกผล
ใบ : เป็นใบรวม สีเขียวสด ขอบใบจะจักลึกลงเป็นฝอย รับประทาน
ดอก : ออกเป็นช่อ ช่อดอกนั้นจะจัดแบบ Compound Umbels ก้านช่อดอกนั้นจะยาวมาก ตัวดอกมีขนาดเล็กและสีขาวมีก้านดอกยาว
ผล : เป็นเม็ดเล็ก ๆ รูปไข่แบน มีกลิ่นหอมมากกว่าส่วนใด ๆ ของต้น เมื่อยังอ่อนเป็นสีเขียว พอแก่หรือสุกกลายเป็นสีน้ำตาล

ส่วนที่ใช้

ผลสุก

สรรพคุณ

ผลสุก : ภายในผลที่สุกจะมีน้ำมัน ซึ่งกลั่นออกมาเป็นน้ำมันยี่หร่า ส่วนทางยาใช้เป็นยาขับลม แต่งกลิ่นอาหารให้หอม เช่น ขนมปัง ขนมเค้ก และอาหารอื่น ๆ ใช้เป็นเครื่องเทศ



ประโยชน์ของ ยี่โถ

ประโยชน์ของ ยี่โถ

ยี่โถ

ยี่โถ

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : อินโถ (พายัพ), ยี่โถจีน (ไทย)
ชื่อสามัญ : Ceylon tree, South sea rose, Oleander
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nerium indicum Mill.
วงศ์ : APOCYNACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง แตกกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก ที่ลำต้นจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม
ใบ : เป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปหอก ปลายแหลมและโคนใบสอบ ของเรียบไม่มีจัก มีสีเขียวเข้ม ขนาดของใบกว้างประมาณ 1.5-2 ซม. ยาว 8-14 ซม.
ดอก : ออกดอกเป็นช่อ อยู่ตรงส่วนยอดของต้น ลักษณะของดอก เป็นรูปทรงกรวย มีทั้งชนิดลาหรือซ้อน และยังมีอยู่หลายสี เช่น สีชมพูเข้ม สีชมพูและขาว ดอกของยี่โถพรรณนี้มีกลิ่นหอม
ผล : เป็นฝักคู่ และเมื่อแก่จัดจะแตกออกเห็นเมล็ดที่อยู่ภายในผลได้ชัด ซึงเมล็ดนี้จะมีขนละเอียดเป็นมันคล้ายเส้นไหมปกคลุมอยู่ และเมล็ดนี้สามารถลอยตามลมกระจายพันธุ์ได้

ส่วนที่ใช้

ใบ

สรรพคุณ

ใบ : จะมีทั้งคุณและโทษ คือถ้าใช้ใบยี่โถเกินขนาดจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และถ้าใช้ในขนาดที่พอเหมาะจะมีฤทธิ์เป็นยาบำรุงหัวใจ เป็นยาเบื่อหนูและฆ่าแมลงได้



ประโยชน์ของ ยี่เข่ง

ประโยชน์ของ ยี่เข่ง

ยี่เข่ง

ยี่เข่ง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : คำฮ่อ (ภาคเหนือ), จีหมุ่ยอวย (จีน-แต้จิ๋ว)
ชื่อสามัญ : Crape Myrtle
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia indica Linn.
วงศ์ : LYTHRACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบ ๆ ต้น ผิวลำต้นสีเทาหรือเกือบขาว เรียบ ลอกได้เป็นแผ่นบาง ๆ กิ่งก้านอ่อน มีปีกแคบ ๆ จึงทำให้ดูเหมือนเป็นสี่เหลี่ยม ลำต้นสูงประมาณ 7 เมตร
ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเรียงกันเป็นคู่ ๆ ไปตามข้อต้น แต่ใบที่อยู่ตรงส่วนยอดของต้นนั้นจะออกสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายมนหรือแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน แต่ด้านท้องใบตรงเส้นกลางใบมีขนสั้น ๆ ปกคลุมอยู่เล็กน้อย ขนาดของใบกว้างประมาณ 0.5-1.5 นิ้วยาว 1-3 นิ้วสีเขียว ใบแทบจะไม่มีก้านใบเลย
ดอก : ออกเป็นช่อ อยู่ที่ส่วนยอดของต้น ลักษณะของดอกนั้นส่วนล่างจะเป็นเส้นกลมเล็ก ๆ และส่วนบนจะบานแผ่ออกเป็นกลีบกลมขอบหยิก และมีรอยยับย่น มีอยู่ 6 กลีบสีม่วงหรือชมพูขาว เกสรกลางดอกปลายเป็นตุ้มสีเหลือง ดอกบานเต็มที่ประมาณ 1.5 นิ้ว
ผล : เมื่อดอกร่วงโรยไป จะกลายเป็นผล ซึ่งเป็นรูปทรงกลมยาวประมาณ 9-13 มม. กว้าง 8-11 มม.

ส่วนที่ใช้

ใบ, ดอก, ราก

สรรพคุณ

ใบ : ใช้ทาแก้ผดผื่นคัน แก้บิด รักษาบาดแผลสด ให้ใช้ใบแห้งหรือสดก็ได้ ถ้าแห้งใช้ 3-10 กรัมแต่ถ้าสด 15-30 กรัม ต้มน้ำทาน หรือถ้าโรคภายนอกใช้ชะล้าง ตำพอกและตากแห้งบดเป็นผงเก็บไว้โรยแผล
ดอก : แก้โรคหนองใน แผลฝี กลากเกลื้อน เด็กเป็นแผลมีหนองที่ศีรษะ ตกเลือดหลงคลอดบุตร ถ้าเป็นดอกแห้งใช้ปริมาณ 3-10 กรัมและสด 15-30 กรัม ต้มกับน้ำ หรือใช้ชะล้าง
ราก : แก้ปวดฟัน แก้บิด ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก แก้ฝีมีหนอง โดยใช้รากแห้งหรือสดก็ได้ แต่ปริมาณจะต่างกัน แห้งก็ 3-10 กรัม สด 15-30 กรัมต้มน้ำกินหรือตากแห้งนำมาบดเป็นผงเอาไว้ทาแผล



ประโยชน์ของ ยาสูบ

ประโยชน์ของ ยาสูบ

ยาสูบ

ยาสูบ

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : จะวั้ว (เขมร – สุรินทร์)
ชื่อสามัญ : Tobacco
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nicotiana tabacum Linn.
วงศ์ : SOLANACEAE

ลักษณะทั่วไป

เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีอายุอยู่ได้เพียงปีเดียว ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ทุกส่วนของลำต้นจะปกคลุมไปด้วยขนที่อ่อนนิ่ม ลำต้นสูงประมาณ 1-1.5 เมตร
ใบ เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามันเป็นคู่ ๆ ไปตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับ โคนใบจะแคบแทบจะไม่มีก้านใบเลย ใบมีขนาดโตและหนา มีขนอ่อน ๆ ปกคลุมอยู่ด้วยสีเขียว
ดอก ออกเป็นช่อยาวขึ้นไป ตรงส่วนปลายยอด ซึ่งจะบานตั้งแต่ส่วนล่างไปหาส่วนบนตามลำดับ ดอกมีสีชมพูอ่อน ๆ เกือบขาว หรือสีแดงเรื่อ ๆ ดอกสวยงามน่าดูมาก
ผล เป็น capsule

ส่วนที่ใช้

ใบ (อ่อนและแก่)

สรรพคุณ

รักษาเหา ใช้ยาฉุนหรือยาตั้ง (ใบยาสูบแก่ตากแห้ง) 1 หยิบมือ ผสมกับน้ำมันก๊าดประมาณ 3-4 ช้อนแกง ชะโลมทั้งน้ำและยาเส้นลงบนผมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วสระให้สะอาด ทำติดต่อกัน 3-4 วัน
เป็นยาถอนพิษ รักษาแผลน้ำร้อนลวก ใช้ยาเส้นหรือยาตั้ง 1 หยิบมือ คลุกกับน้ำมันมะพร้าวปิดบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวก จะช่วยถอนพิษ
แก้หวัดคัดจมูก ใช้ใบยาอย่างฉุนจัดๆ ผสมกับปูนแดงและใบเนียม กวนเป็นยานัตถุ์
แก้หิดและโรคผิวหนัง ใช้ยางสีดำๆ ในกล้องสูบยาของจีนใส่แต้มแผล แก้หิดได้ดีมาก ใช้เคี่ยวกับน้ำมันทารักษาโรคผิวหนังต่างๆ ได้ด้วย



ประโยชน์ของ ย่านาง

ประโยชน์ของ ย่านาง

ย่านาง

ย่านาง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : จอยนาง (เชียงใหม่), เถาย่านาง, เถาหญ้านาง (ไทย)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tiliacora triandra Diels
วงศ์ : Menispermaceae

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้เถา ลักษณะของเถานั้นกลม ๆ เป็นเถาขนาดเล็ก แตเถานั้นจะยาวพันขึ้นไปตามต้นไม้ หรือตามกิ่งไม้เป็นเถาสีเขียว เมื่อเถานั้นแก่ก็จะเป็นสีคล้ำ ๆ ไปบ้าง
ใบ : จะมีความยาวประมาณ 7.5-12 ซม. และกว้างประมาณ 4-6 ซม. ส่วนก้านใบนั้นมีความยาวประมาณ 1.5 ซม. ลักษณะของใบจะเป็นสีเขียว รูปไข่ค่อนข้างจะหนา ริมใบจะเรียบ ตรงปลายใบของมันจะแหลม
ดอก : จะออกเป็นพวงเล็ก ๆ สีเหลือง และจะมีขนาดโตกว่าเมล็ดงาเล็กน้อย
ผล : ผลจะโตเท่ามะแว้ง เป็นสีเขียวกลม ๆ แต่ถ้าผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และผลนั้นก็จะออกเป็นพวงเหมือนดอก

ส่วนที่ใช้

ใบ และราก ใช้เป็นยา

สรรพคุณ

ใบ : จะมีรสเย็นใช้ถอนพิษ หรือใช้ใบต้มกับหน่อไม้ ทำให้หน่อไม้หายขื่นกับมีรสหวาน หรือจะใช้ตำบีบเอาแต่น้ำใส่ในแกงบวน จะทำให้แกงมีรสดีขึ้น
ราก : ใช้ผสมเป็นยาไม่ผูกและไม่ถ่าย รักษาโรคไข้ทั้งปวงผิดสำแดง