รักษามะเร็งตับระยะสุดท้าย

เราได้รู้จักกับมะเร็งตับกันไปแล้ว ในบทความที่มีชื่อว่า รู้จักกับมะเร็งตับ ในบทความนี้เรามาดูวิธีรักษามะเร็งตับระยะสุดท้ายกัน เพราะจากบทความเราทราบมาแล้วว่า มะเร็งตับนั้นจะเห็นอาการชัดเจน เมื่ออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ แพทย์จะให้ทำการบำบัดรักษา เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด และวิธีอื่น ๆ

เนื่องจากมะเร็งตับระยะสุดท้ายไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าใครไปโรงพยาบาล คุณหมออาจจะบอกว่าให้ทำใจเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน เพราะอาการที่เจออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ผ่าตัดไม่ได้ เพราะตับไม่เหมือนอวัยวะส่วนอื่น มันเต็มไปด้วยเส้นเลือด เพราะมันมีหน้าที่ฟอกของเสียจากเลือด ดังนั้นคุณหมออาจจะแนะนำว่าให้ลองแพทย์ทางเลือกดู ดังนั้นในบทความนี้ผมมาแนะนำวิธีการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกดูครับ

ก่อนอื่นเลย ให้ทำจิตใจให้สงบ เพาะจิตใจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ป่วย จิตใจดี ร่างกายดีไปด้วย ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยเครียดบ่อย ๆ กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากถ้าผู้ป่วยมีกำลังใจดี จะส่งผลต่อร่างกายดีไปด้วย อาจจะให้ผู้ป่วยทำจิตใจให้สงบโดยการใช้ธรรมมะเข้าช่วย หมั่นฝึกฝนนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจสงบ การทำสมาธิก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ถ้าเกิดฟังธรรมมะแล้วรู้สึกเบื่อ ๆ การใช้ดนตรีเข้าช่วยก็ใช้ได้เหมือนกัน

ต่อไปเป็นอาหารสำหรับคนป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย เพราะอาหารที่ทานเข้าไปประจำวัน จำเป็นจะต้องอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่อาหารจะมีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น อาหารยังสามารถป้องกันและต่อต้านมะเร็ง อาหารที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายควรจะรับประทานนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทเดียว ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายครบทุกประเภท อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยตับ เช่น อาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี รวมถึงอาหารที่มีกรดอะมิโน ควรควบคุมอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ปลา เครื่องในสัตว์ และไข่แดง รับประทานผักใบเขียวและผลไม้ เช่น ผักกาดขาว หัวไชเท้า มะเขือเทศ ถั่วชนิดต่างๆ แครอท น้ำส้มคั้น น้ำลูกแพร์ น้ำแอปเปิ้ล น้ำเกาลัด เป็นต้น การรับประทานอาหารประเภทแมกนีเซียม และกรดอะมิโน มีประโยชน์ในการช่วยแก้ไขอาการนอนไม่หลับ ความกลัว โรคซึมเศร้า อาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เช่น ผลไม้แห้ง ข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวสาลี เมล็ดงา ใบแครอท ใบมัสตาร์ด ดอกไม้จีน สาหร่าย สาหร่ายทะเล เป็นต้น อาหารที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน เช่น เนื้อไก่ โยเกิร์ต กล้วย เป็นต้น

ต่อไปเป็นการออกกำลังกายครับ เพราะการออกกำลังกาย ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นพบว่าการออกกำลังกายแบบปานกลางให้ผลดีกับผู้ป่วยมะเร็งและในคนปกติก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่พบว่าการออกกำลังกายวิธีไหน ความถี่ยังไง และเวลาเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะกับโรคมะเร็ง แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นได้ผลดีแน่นอน

สุดท้ายแล้วผู้ป่วยมะเร็งตับอาจจะรักษาไม่หาย ให้ทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การให้กำลังใจผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะคนในครอบครัว และหมั่นปฎิบัติตัวให้ถูกต้องสำหรับผู้ป่วย ก็สามารถยืดชีวิตออกไปได้อีกหลายปี และพึงจำไว้ว่า การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ การตายแบบโรคภัยจะดีกว่าการตายแบบอุบัติเหตุ เพราะว่าจะได้จัดการเรื่องที่ยังค้างคาใจ สุดท้าย กำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญที่สุด

Bookmark the permalink.

Leave a Reply