การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

เราได้รู้จักกับมะเร็งต่อมลูกหมากกันแล้วจากบทความ มะเร็งต่อมลูกหมาก และรูัแล้วว่าการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ 1. การผ่าตัด 2. การฉายรังสี 3. การใช้ฮอร์โมน 4. ติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด

การผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยเอาต่อมลูกหมากออก ซึ่งใช้ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก (ระยะ1 และ2)
1.1 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการเปิดผ่านหน้าท้อง
1.2 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการเปิดผ่านบริเวณฝีเย็บ
1.3 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านผนังหน้าท้อง
1.4 การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านผนังหน้าท้องโดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

การฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การฉายรังสีมีการใช้ในรายมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก แทนการใช้ผ่าตัดในรายที่ผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด แต่เรามักนิยมใช้การฉายรังสีในรายที่มีมะเร็งต่อมลูกหมากหลงเหลือจากการผ่าตัด หรือใช้ในรายยะยะท้ายๆ ของโรค เพื่อช่วยลดอาการปวด มีการฉายแสง 2 วิธีที่ใช้ในมะเร็งต่อมลูกหมาก
1. การฉายรังสีจากภายนอกร่างกาย โดยผู้ป่วยจะได้รับรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีภายนอกร่างกายไปที่ ต่อมลูกหมาก
2. การฝังแร่รังสีเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมาก โดยการใช้แร่รังสีซึ่งเป็นเม็ดเล็กปริมาณหลายเม็ดขึ้นกับขนาดของต่อมลูกหมากฝังเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมาก

การใช้ฮอร์โมนรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การใช้ฮอร์โมนในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก มักจะใช้เป็นการรักษาเพิ่มเติมหลังการผ่าตัด หรือในรายที่มะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย หลักการใช้ฮอร์โมนในการรักษาคือการลดหรือกำจัดฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งจะไปทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากฝ่อเล็กลง หรือโตช้าลง การกำจัดฮอร์โมนมี 2 วิธีคือ
1. การใช้ยาต้านฮอร์โมน : โดยมียาต้านทำให้อัณฑะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศชาย และยาต้านการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชาย
2. การผ่าตัดเอาอัณฑะออก ซึ่งอัณฑะเป็นแหล่งใหญ่ในการสร้างฮอร์โมนเพศชาย โดยมีบางส่วนซึ่งเป็นส่วนน้อยมาจากต่อมหมวกไต

การติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด

การที่แพทย์ตัดสินใจเลือกวิธีนี้ เพราะโดยธรรมชาติของโรคนี้ การขยายตัวของมะเร็งจะช้า โดยถ้าเจอมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี มะเร็งถึงอาจจะลุกลามทำอันตรายต่อผู้ป่วยได้ ทำให้แพทย์เจ้าของไข้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างจะใช้การผ่าตัดรักษาในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก ในผู้ป่วยอายุมาก ๆ หรือมีโรคประจำตัวที่รุนแรงและเสี่ยงต่อการผ่าตัดหรือดมยาสลบ

ที่มา http://www.prostate-rama.com/reading_detail.php?cid=56

Bookmark the permalink.

Leave a Reply