รู้จักกับมะเร็งตับ

มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากในกลุ่มของประชาชนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับทั่วโลกพบว่ามะเร็งตับพบได้บ่อยเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของการตายด้วยโรคมะเร็ง

ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีน้ำหนักโดยประมาณ 2% ของน้ำหนักตัว ตำแหน่งของตับอยู่ชายโครงขวา แบ่งเป็น 2 กลีบคือกลีบขวาและซ้าย โดยมีเส้นเลือดมาเลี้ยง 2 เส้นคือ hepatic artery และ portal vein ตับมีหน้าที่สะสมสารอาหาร เช่น น้ำตาล โปรตีน ไขมัน และวิตามินไว้ให้ร่างกายใช้ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ทำลายของเสีย

โรคมะเร็งตับ เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ของตับกลายเป็นเซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัว และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การดื่มสุรา การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดมะเร็งตับ

– ไวรัสตับอักเสบ ส่วนใหญ่ร้อยละ 75-80 ของผู้ป่วยมะเร็งตับเกิดในผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบ โดยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร้อยละ 50-55 และติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ร้อยละ 25-30 โดยผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบีมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับสูงมากกว่าคนที่ไม่เป็นพาหะ ถึง 100-400 เท่า
– เป็นโรคตับแข็ง
– เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการศึกษาพบว่าถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 41-80 กรัมต่อวัน จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ 1.5 เท่า และถ้าดื่มมากกว่า 80 กรัมต่อวัน จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเป็น 7.3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์น้อยกว่า 40 กรัมต่อวัน และความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับจะไม่ลดลงแม้ว่าจะหยุดดื่มแล้วก็ตาม
– สารอัลฟลาท็อกซิน Aflatoxin ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางชนิด พบในอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด พริกแห้ง เป็นต้น ผู้ที่ตรวจพบว่ามีสารอัลฟลาท็อกซิน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ 5.0-9.1 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ตรวจไม่พบสารดังกล่าวในร่างกาย

การป้องกันมะเร็งตับ

– แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี แก่เด็กทุกราย รวมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนถึงวิธีการติดต่อของไวรัสตับอักเสบ บี และซี
– ลดสาร aflatoxin โดยการเน้นการเก็บอาหารให้แห้งเพื่อลดปริมาณ aflatoxin
– โรคตับแข็ง โดยการลดการดื่มสุรา
– พยาธิใบไม้ในตับ ให้ประชาชนลดการบริโภคอาหารดิบ ๆ
– สารเคมีต่าง ควรมีมาตรการป้องกันทั้งผู้บริโภค และคนงานมิให้ได้รับสารเคมีเหล่านี้

วิธีการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งตับ

– ตรวจเลือดหาค่า Alfa-fetoprotein (AFP)
– การทำอัลตร้าซาวน์ตับ

การรักษามะเร็งตับ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมีอาการชัดเจนแล้ว มักจะเป็นมะเร็งระยะท้าย ซึ่งไม่อาจเยียวยาให้หายได้ แพทย์จะให้การบำบัดรักษา เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด และวิธีอื่นๆ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและความทุกข์ทรมาน ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และยืดอายุให้ยืนยาวออกไปให้ได้มากที่สุด

ส่วนผู้ป่วยส่วนน้อยที่ตรวจพบมะเร็งตับระยะแรก ก็จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัด ปลูกถ่ายตับ เคมีบำบัด และวิธีอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้หายขาด หรือมีชีวิตยืนยาวได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งตับ

– หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา การบริโภคอาหารประเภท ถั่ว ข้าว หรือข้าวโพดที่ชื้น และมีราขึ้น โดยเฉพาะถั่วลิสงป่น และการกินอาหารประเภทปลาน้ำจืด กุ้ง และหอยน้ำจืดที่ไม่ได้ทำให้สุกเสียก่อน
– ควรพบแพทย์ เมื่อมีอาการแน่น อืดท้อง เจ็บเสียด และคลำได้ก้อนบริเวณชายโครงขวา และลิ้นปี่
– ในผู้ที่มีประวัติตับแข็ง หรือตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ต้องคอยเฝ้าระวังโรคและต้องพบแพทย์เมื่อมีอาหารผิดปกติ
– ผู้ที่ทำงานที่ต้องสัมผัสกับเลือด และน้ำเหลืองของผู้ป่วย ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบด้วย

Bookmark the permalink.