รู้จักกับมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้หญิง และมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปากมดลูก จะพบในเพศหญิงอายุระหว่าง 45-55 ปี ผู้ชายก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้เหมือนกันแต่มีน้อยมาก น้อยกว่า 1%

ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

– เพศหญิง ซึ่งมะเร็งเต้านมจะพบมากในเพศหญิงรองมาจากมะเร็งปากมดลูก
– อายุ อายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น
– ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม พี่สาว น้องสาว หรือลูกสาว ก็จะมีความเสี่ยงตามไปด้วย
– ประวัติของการมีประจำเดือน ถ้ามีประจำเดือนมากก็จะเสี่ยงมากตามไปด้วย
– ผู้หญิงที่ไม่คยมีลูกจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
– ผู้หญิงที่มีลูกหลังจากอายุ 30 จะเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีลูก
– ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในผู้หญิงที่มีประจำเดือนเร็ว และ หรือหมดประจำเดือนช้า
– ความสัมพันธ์ระหว่างมะเร็งเต้านมกับฮอร์โมนยังไม่ชัดเจน การตัดสินใจใช้ฮอร์โมน หรือการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมน ควรพิจารณาเป็นราย ๆ ไป โดยให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัว หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช
– การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาจส่งผลต่อความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมสูงขึ้น ดังนั้นสมาคมส่งเสริมการป้องกันมะเร็งของสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) จึงแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าในสัดส่วนที่เหมาะสม และเน้นอาหารประเภทไขมันต่ำ อาหารที่มีกากใยมาก และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

การตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม

วิธีการตรวจหามะเร็งเต้านมมีอะไรบ้าง การตรวจหามะเร็งเต้านมมีหลายวิธีได้แก่

– การตรวจเต้านมด้วย แมมโมแกรม ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจคัดกรอง มะเร็งเต้านมในผู้หญิงทั่วไป
– การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือพยาบาล
– การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง

อาการของมะเร็งเต้านม

บางครั้งผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม อาจไม่มีอาการของมะเร็งเต้านม หรือบางครั้งอาการผิดปกติที่เป็นอาจไม่ใช่โรคมะเร็งก็ได้ ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
– มีก้อนหนา ๆ ในเต้านมหรือใต้แขน
– บริเวณหัวนมบุ๋ม มีน้ำเหลือง หรือมีแผล
– เต้านมมีผื่น แดง ร้อน ผื่นคล้ายผิวส้ม
– มีอาการปวดบริเวณเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านมจะอาศัยทีมแพทย์ในสาขาต่าง ๆ เช่น ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง มาร่วมกันวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวิธีการรักษาของแพทย์ เช่น
– ขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของเซลล์มะเร็ง
– ระยะโรคและการกระจายของมะเร็ง
– อายุและสุขภาพของผู้ป่วย
– ตัวรับฮอร์โมนของมะเร็ง
– ภาวะก่อนหรือหลังหมดประจำเดือน
– ปัจจัยที่บ่งบอกความรุนแรงของเนื้องอก เช่น ยีน HER2

ข้อควรปฏิบัติสำหรับมะเร็งเต้านม

– อายุระหว่าง 20-40 ปี ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เดือนละครั้ง พบแพทย์เพื่อรับการตรวจเต้านม ทุก 3 ปี และทำแมมโมกราฟฟี่(Mammography) 1 ครั้ง ระหว่างอายุ 35-40 ปี
– อายุมากกว่า 40 ปี ปฏิบัติเช่นเดียวกัน และต้องทำแมมโมกราฟฟี่(Mammography) 1 ครั้งหลังอายุ 50 ปี

มะเร็งเต้านมถือว่าเป็นอันตรายสำหรับผู้หญิง โดยถ้าจัดอันดับแล้วจะเป็นมะเร็งอันดับสองของผู้หญิงรองลงมาจากมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นควรดูแลตัวเอง ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ และมะเร็งเต้านมนั้นผู้ชายยังสามารถเป็นได้ถึงจะน้อยก็ตาม

Bookmark the permalink.