การรักษามะเร็งโดยเคมีบำบัด

เคมีบำบัดคืออะไร (Chemotheoapy)

เคมีบำบัดก็คือการใช้ยาเพื่อรักษาโรค ซึ่งมีที่มาจากคำสองคำ คือเคมี (Chemical) กับ บำบัด (Therapy) ปัจจุบันเคมีบำบัดใช้สำหรับรักษาโรคมะเร็ง

ยาเคมีบำบัด ก็คือยาที่ออกฤทธิ์ในช่วงเวลาที่เซลล์แตกตัวแล้วมีผลทำให้เซลล์ตายลง เซลล์มะเร็งมีลักษณะที่สามารถแตกตัวและเพิ่มจำนวนได้อย่างมากภายในเวลาอันสั้น จึงนำเอาคุณลักษณะนี้มาใช้ในการฆ่าเซลล์มะเร็ง และทำให้เนื้องอกหดตัวลง แต่ในร่างกายของเราไม่ได้มีเซลล์มะเร็งที่แตกตัว และเพิ่มจำนวนเท่านั้น ยังมีเซลล์อื่น ๆ ที่แตกตัวและผลัดเปลี่ยนเซลล์อยู่ตลอดเวลา

ดังนั้น ยาพวกนี้ก็ออกฤทธิ์กับเซลล์ปกติด้วยเช่นกัน เมื่อใช้ยาเคมีจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ผมร่วง กระเพาะและลำไส้ไม่ดี เบื่ออาหาร ภูมิต้านทานลดต่ำทำให้ติดเชื้อง่าย เป็นต้น เพราะในจำนวนเซลล์ปกติของร่างกาย จะมีเซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ในส่วนของเซลล์ผนังกระเพาะและลำไส้ใหญ่ หรือเซลล์รากขน รวมถึงเซลล์ภูมิคุ้มกัน(เม็ดเลือดขาว) เมื่อให้ยาเคมีเข้าไปในร่างกายแล้ว เซลล์ปกติเหล่านี้จึงได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

วิธีการให้เคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดสามารถบริหารเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยได้หลายวิธี ได้แก่
เคมีบำบัดชนิดรับประทาน ยาเคมีบำบัดบางชนิดอาจไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจากระบบทางเดินอาหารดูดซึมไม่ดี หรือยามีการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารมาก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียได้
เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากช่วยให้ยาสามารถกระจายไปทั่วร่างกายได้รวดเร็ว
เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยม เพราะยาทำให้เกิดการระคายเคืองและทำลายผิวหนังและกล้ามเนื้อได้

ที่มา ไกรภพ สาระกูล. พลังธรรมชาติบริสุทธิ์ ยุติมะเร็ง. (หน้า 20-21) : พิมพ์ที่ บริษัท ฐานบัณฑิต จำกัด

Bookmark the permalink.

Leave a Reply