รู้จักกับมะเร็งลำไส้ใหญ่

รู้หรือไม่ว่าสถิติปีล่าสุด(ปี 2551) ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือทวารหนักเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของชายไทยและอันดับ 3 ของหญิงไทย ในขณะที่องค์การอนามัยโลกก็ออกรายงานมาว่ามะเร็งชนิดนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโรคมะเร็งทั่วโลก

รู้จักกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก

ลำไส้ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร ประกอบไปด้วยสองส่วนสำคัญ คือ ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ โดยลำไส้ใหญ่นั้นจะแบ่งออกเป็นลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) ลำไส้ใหญ่ (Colon) และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หรือลำไส้ตรง (Rectum) ซึ่งมีความยาวไม่กี่นิ้ว และถือเป็นส่วนสุดท้ายของทางเดินอาหาร ทำหน้าที่กักเก็บและขับถ่ายกากอาหารที่ผ่านการย่อย เพื่อเตรียมขับถ่ายออกจากร่างกายต่อไป

สำหรับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือ Colon Cancer นั้น เซลล์มะเร็งจะก่อตัวขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อของลำไส้ใหญ่ ขณะที่ในมะเร็งทวารหนักเซลล์มะเร็งจะเกิดขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อในส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่ใกล้กับทวารหนัก

สาเหตุ

– กลุ่มประชากรที่มีการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แป้งและไขมันในปริมาณสูงจะพบได้มาก อาจเป็นผลมาจากอาหารที่ไม่มีกาก ทำให้เกิดการท้องผูก และมีการคั่งค้างของอุจจาระในลำใส้ เยื่อบุลำไส้จึงมีโอกาศสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง ซึ่งพบมากในกากอาหารจำพวกไขมันได้มากขึ้น
– ผู้ป้วยที่มีติ่งเนื้องอกบางชนิดในลำไส้ใหญ่มักเป็นติ่งเนื้องอกชนิดที่เป็นกรรมพันธุ์
– การอักเสบ มีแผลเรื้อรังในลำใส้ใหญ่ รวมทั้งริดสีดวงทวารที่มีการอักเสบเรื้อรัง
– ในผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก จะพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าคนปกติ อาจเป็นผลมาจากที่ไม่มีถุงพักน้ำดีที่สร้างโดยตับ น้ำดีจึงไหลลงสู่ทางเดินอาหารอยู่ตลอดเวลาจนเกิดการระคาย และเกิดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

อาการโดยทั่วไป

มีเลือดปนออกมาจากอุจจาระ มีเลือดออกมาจากทางทวารหนัก อาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย ลำไส้อักเสบเรื้อรัง อาจคลำได้ก้อนในช่องท้อง ซึ่งมักเป็นทางด้านขวาตอนล่าง อาการปวดเบ่งบริเวณทวารหนักคล้ายปวดอุจจาระตลอดเวลา อาจมีการซีด อ่อนเพลีย และน้ำหนักตัวลด ผู้ป่วยบางรายอาจมาด้วยอาการลำไส้อุดตัน คือ จะปวดท้องอย่างรุนแรงคล้ายกับลำไส้ถูกบิด สลับกันเป็น ๆ หาย ๆ ร่วมกับการไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ผายลม เป็นต้น

การตรวจวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัย ทำได้โดยการตรวจอุจจาระเพื่อดูว่ามีเลือดในอุจจาระหรือไม่ ซึ่งในระยะแรกอาจจะมีปริมาณน้อย จนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและหากรอยโรคอยู่ใกล้ทวารหนัก อาจตรวจพบโดยการใช้นิ้วสอดเข้าตรวจทางทวารหนัก เมื่อพบเลือดในอุจจาระจึงเอกเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนแป้ง และการส่องกล้องเข้าทางทวารหนัก เพื่อตรวจและตัดชิ้นเนื้อ การตรวจเลือดดูระดับโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างโดยเซลล์ คือ CEA(Carcino-embryonic Antigen) จะมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยมากขึ้น

ระยะของโรค

ในกรณีที่มีการตรวจพบเซลล์มะเร็ง แพทย์จะแบ่งระยะของโรคออกเป็นดังนี้
ระยะ 0 เซลล์มะเร็งจำกัดเฉพาะในบริเวณผิวของลำไส้ มีโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้
ระยะ 1 มะเร็งยังคงจำกัดอยู่ที่ผนังลำไส้ด้านใน แต่ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้
ระยะ 2 มะเร็งเริ่มแพร่กระจายออกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของผนังลำไส้ แต่ไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองซึ่งยังรักษาให้หายได้
ระยะ 3 เซลล์มะเร็งเริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแต่ไม่ลามไปยังส่วนอื่น หลังการผ่าตัด ควรได้รับเคมีบำบัดร่วมด้วย
ระยะ 4 เซลล์มะเร็งเริ่มแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด ตับ และกระดูก ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่จะเป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การรักษา

วิธีที่แพทย์เลือกใช้ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักนั้น ส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับระยะของโรค ในระยะแรกของโรคจะใช้การผ่าตัด แต่หากไม่สามารถเอารอยโรคออกได้หมด จะใช้รังสีและยาเคมีบำบัดช่วยเพิ่มผลในการรักษา

ข้อควรปฎิบัติ

– ในผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยง คือ มีเนื้องอกในลำไส้ มีการอักเสบเรื้อรังของลำไส้และผู้ที่ตัดถุงน้ำดีไปแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละครั้ง
– ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักเมื่อมีการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
– หลังอายุ 40 ปี ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักและตรวจหาเลือดในอุจจาระ (Occult Blood) ปีละครั้ง
– เมื่ออายุ 55 ปี ควรได้รับการส่องกล้องเข้าทางทวารหนักเพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่และตรวจทุก 10 ปี

Bookmark the permalink.

Leave a Reply