มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma) จัดเป็นโรคมะเร็งของระบบโลหิตวิทยา หรือระบบโรคเลือด ซึ่งระบบต่อมน้ำเหลืองจัดเป็นระบบหมุนเวียนอย่างหนึ่งในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยท่อที่เรียกว่าท่อน้ำเหลือง ในท่อประกอบด้วยของเหลวงที่เรียกว่าน้ำเหลือง ระบบน้ำเหลืองจะเป็นเครือข่ายทั่วร่างกายควบคู่ไปกับหลอดเลือด เป็นระบบการไหลเวียนน้ำเหลืองไปทั่วร่างกาย เพื่อนำน้ำเหลืองกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำ

ต่อมน้ำเหลือง(Lymph node) ในภาวะปกติจะมีขนาดเล็กไม่เกิน 1 เซนติเมตร รูปร่างกลม หรือรูปไข่ อยู่กระจายทั่วร่างกาย พบบ่อยที่ลำคอ รักแร้ และขาหนีบ ทั้งนี้นับรวมถึงต่อมทอนซิล ม้าม และต่อมไทมัส ทั้งนี้ในภาวะปกติ ต่อมน้ำเหลืองจะมีขนาดเล็กมาก จนเรามองไม่เห็น รวมทั้งไม่สามารถคลำต่อมน้ำเหลืองได้

จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าต่อมน้ำเหลืองมีอยู่ทั่วไปในร่างกาย ดังนั้นสามารถเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ทุกที่ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองของสมอง ของกระเพาะอาหาร ของลำไส้เล็ก ของลำไส้ใหญ่ ของผิวหนัง ของโพรงจมูก และของไซนัส ซึ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งของต่อมน้ำเหลืองเอง และของเนื้อเยื่อต่าง ๆ มีสาเหตุ อาการ วิธีวินิจฉัย ระยะโรค แนวทางการรักษา และความรุนแรงโรคคล้ายคลึงกัน

ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
– มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma)
– มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน ( Non-Hodgkin Lymphoma)

สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่ปัจจัยที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น คือ
– การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัส เอชไอวี (HIV) ที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ (AIDS)
– การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น ชนิดทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบ
– พันธุกรรม
– โรคภูมิแพ้ตนเอง (ภูมิต้านตนเอง) บางชนิด เช่น โรคต่อมไทรอยด์อักเสบ ชนิดไม่ติดเชื้อ
– มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำจากสาเหตุต่างๆ เช่น กินยากดภูมิคุ้มกันต้าน ทานในการรักษาโรคโดยการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ปลูกถ่ายไต

อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

– การพบก้อนที่บริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ที่คอ รักแร้ หรือ ขาหนีบ โดยก้อนที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นมักไม่เจ็บ ซึ่งต่างจากการติดเชื้อที่มักมีอาการเจ็บที่ก้อน
– ไข้ หนาวสั่น
– มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน
– เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
– อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ
– ไอเรื้อรัง และหายใจไม่สะดวก
– ต่อมทอนซิลโต
– อาการคันทั่วร่างกาย
– ปวดศีรษะ (พบในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระบบประสาท)

การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง

1. การเฝ้าติดตามโรค
– การเฝ้าติดตามโรคมักใช้ในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดค่อยเป็นค่อยไป (Indolent) หรือในรายชื่อที่ผู้ป่วยมีอาการจากตัวโรคไม่มาก
– ระหว่างการเฝ้าติดตามโรค จะมีการตรวจเลือดหรือตรวจทางรังสีเป็นระยะ

2. การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (Chemotherapy)
– ยาเคมีบำบัดจะทำลายเซลล์มะเร็งโดยไปรบกวนการแบ่งตัวเซลล์มะเร็งการเลือกชนิดของยาเคมีบำบัดนั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยทั่วไปการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองมักจะให้ยาเคมีบำบัดหลายขนานร่วมกัน หรืออาจให้ร่วมกับการรักษาด้วย แอนติบอดี (Monoclonal Antibodies)

3. การรักษาด้วยแอนติบอดี (Monoclonal Antibodies)
– แอนติบอดี คือ สารสังเคราะห์ที่จะไปจับกับโปรตีนบนผิวของเซลล์มะเร็ง หลังจากนั้นจะมีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อมากำจัดเซลล์มะเร็งนั้น

4. การรักษาด้วยการฉายรังสี (Radiation Therapy)
– คือการรักษาด้วยการใช้รังสีปริมาณสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง

5. การรักษาด้วยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Transplantation)
– หลักการของรักษาด้วยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดคือ การทำลายเซลล์มะเร็งให้หมดไป แล้วแทนที่ด้วยเซลล์ที่ปกติ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่
5.1 การถูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด โดยอาศัยเซลล์ของผู้บริจาค ( Allogeneic Transplantation)
5.2 การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด โดยอาศัยเซลล์ของผู้ป่วยเอง (Autologous Transplantation)

Bookmark the permalink.

One Comment

  1. Pingback: อาการมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

Leave a Reply