ผักต้านมะเร็ง

จากบทความที่ผ่าน ๆ มาเราได้รู้กันแล้วว่ามะเร็ง นั้นเกิดขึ้นได้ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก และปัจจัยที่พบมากที่สุดก็คือปัจจัยภายนอก และมะเร็งเกิดจากสารที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ และสารนี้จะเข้าไปทำปฎิกิริยากับโมเลกุลในร่างกายและเกิดผลเสียหายต่อเซลล์ ดังนั้น เราควรจะกินสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นเราก็เรียกมันว่า สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารต่อต้านอนุมูลอิสระนี้พบได้ในผักและผลไม้ แต่ในบทความนี้เราจะพูดถึงเฉพาะผักที่ต้านมะเร็ง

เรารู้แล้วว่าผักและผลไม้แต่ละสีจะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันดังนั้นเราควรจะกินให้ครบทั้ง 5 สีเพื่อประโยชน์สูงสุด เรามาดูกันว่ามีสีอะไรบ้าง แต่ละสีพบในผักชนิดใด และแต่ละสีให้ประโยชน์ยังไงบ้าง

– สีแดง ในมะเขือเทศ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด
– สีเหลืองส้ม ในฟักทอง แครอท มีสารต้านอนุมูลอิสระแคโรทีนนอยด์ (Beta-carotene)
– สีเขียว ในคะน้า บล็อคโคลี่ ผักบุ้ง มีวิตามินซี และวิตามินเอ
– สีม่วง ในกะหล่ำสีม่วง ชมภู่มะเหมี่ยว มะเขือม่วง มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง
– สีขาว ในมะเขือขาวเปราะ ผักกาดขาว มีเบตาแคโรทีนสูง ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระ

ต่อไปเรามาดูกันว่าผักแต่ละชนิด ให้วิตามินอะไรบ้าง แต่วิตามินแต่ละชนิดมีประโยชน์ยังไงในการต้านมะเร็ง

วิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินเอเป็นสารที่ต่อต้านมะเร็ง มีประโยชน์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ในผักไม่มีวิตามินเอ แต่มีสารจำพวกแคโรทีน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในตับ พบในผักและผลไม้ที่มีสีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง ได้แก่ ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง มะระขี้นก ใบกระเพา ใบย่านาง ผักแพว ใบแมงลัก ยอดแค ผักชะอม ฟักทอง ตะไคร้ บัวบก มะม่วง มะขาม มะเฟือง มะละกอ แตงโม กระเจี๊ยบ แอปเปิ้ล ลูกเดือย เป็นต้น

วิตามินซี (Vitamin C) พบในผลไม้รสเปรี้ยวเป็นส่วนใหญ่ มีกรดแคสคอร์บิค (ascorbic acid) ซึ่งผลิตคอลลาเจน (Collagen) ส่งผลดีต่อสุขภาพผิวหนัง เนื้อเยื่อและเส้นเลือดแข็งแรง ช่วยในการสมานแผลช่วยในกระบวนการดูดซึมเหล็ก ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานสูงขึ้น นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนท์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง พบมากในผักสดและผลไม้ โดยเฉพาะผักสด ใบส่วนยอดและเมล็ดที่กำลังจะงอก ได้แก่ ฝรั่ง มะขามป้อม ยอ เพกา มะนาว มะเขือเทศ เชอรี สับปะรด มะม่วง มะเฟือง แตงโม คะน้า ตำลึง ถั่วงอก ยอดมะขาม ใบเหลียง ผักหวาน พริก มะรุม เป็นต้น

วิตามินอี (Vitamin E) วิตามินอีมีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนท์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคระบบประสาท นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติในการทำให้เซลล์เยื่อบุผิวหนัง (Cell membrane) แข็งแรง มีสุขภาพดีขึ้น ช่วยลดริ้วรอยผิวหนัง ช่วยในการไหลเวียนเลือด พบมากในเมล็ดธัญพืช ต่าง ๆ ที่ให้น้ำมัน ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด งา รำข้าว ข้าวกล้อง จากการศึกษาของเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ พบว่าเมล็ดทานตะวันมีปริมาณวิตามินอีสูงมากกว่าในถั่วเหลือง และข้าวโพด

เมื่อทานผักก็อย่าลืมทานผลไม้ และหมั่นออกกำลังกายด้วยนะจ๊ะ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

Bookmark the permalink.

Leave a Reply