กระเจี๊ยบแดงกับโรคมะเร็ง

กระเจี๊ยบแดงกับโรคมะเร็ง

จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ดอกกระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระมากในปริมาณใกล้เคียงกับบลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ จึงช่วยประโชน์ด้านป้องกันมะเร็ง ชะลอความแก่ และช่วยให้เส้นเลือดอ่อนนิ่ม การทดลองในห้องทดลองพบว่า แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ยังยั้งออกซิเดชันของแอลดีแอล และยับยั้งการตายของมาโครฟาจ



มะม่วงกับโรคมะเร็ง

มะม่วงกับโรคมะเร็ง

นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยอาหาร อกริไลฟ์ แห่งเท็กซัส ได้ทดสอบคุณสมบัติสารสกัดโพลีฟินอลจากมะม่วง ต่อมะเร็งลำไส้ เต้านม ปอด เม็ดเลือด และต่อมลูกหมากในหลอดทดลอง พบว่า ในมะม่วงนั้นฤทธิ์ต่อมะเร็งเต้านมและลำไส้ดีที่สุด รองลงมาคือมะเร็งปอด เม็ดเลือด และต่อมลูกหมาก ซึ่งสารโพลีฟีนอลเป็นสารที่มีอยู่ในพืชตามธรรมชาติ มีคุณประโยชน์ในด้านการบำรุงสุขภาพ และเป็น Super Antioxidant ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย



ส้มกับโรคมะเร็ง

ส้มกับโรคมะเร็ง

จากรายงานการศึกษาของหลายชาติ เกี่ยวกับการบริโภคผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้ม ให้ประโยชน์แก่สุขภาพ สรุปได้ว่าการกินส้มวันละผล จะช่วยผลักไสโรคมะเร็งบางชนิดให้พ้นตัวไปได้

นักวิจัยขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมของรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า การกินผลไม้พวกมะนาวหรือส้ม จะช่วยป้องกันมะเร็งที่ปากกล่องเสียงและกระเพาะลงได้ครึ่งหนึ่ง และยิ่งกินผลไม้วันละ 5 มื้อ อยู่เป็นประจำแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้ป้องกันอัมพาตได้อีกถึง 19 เปอร์เซ็นด้วย เพราะผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้ม มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษ พร้อมทั้งบำรุงระบบภูมิคุ้มกันโรคให้แข็งแรง ขัดขวางเนื้อร้ายไม่ให้ลุกลาม และรักษาเซลล์เนื้อร้ายให้กลับคืนดีได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของเภสัชกรในอังกฤษ พบว่าเปลือกส้มเขียวหวานมีฤทธิ์ช่วยต้านทานมะเร็งบางอย่างได้



มะเฟืองกับโรคมะเร็ง

มะเฟืองกับโรคมะเร็ง

น้ำมะเฟืองนั้นมีวิตามินอยู่มากมาย จึงช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดได้ วิธีทำน้ำมะเฟือง เพียงแค่ล้างมะเฟืองให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แกะเมล็ดออก แล้วนำใส่เครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก แยกน้ำ เมื่อได้น้ำมะเฟืองแล้วควรดื่มทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียคุณค่าของวิตามิน หากต้องการดื่มน้ำมะเฟืองเย็น ๆ ให้นำมะเฟืองไปแช่เย็นประมาณ 20 นาที จากนั้นจึงนำมาหั่นเป็นชิ้นและใส่เครื่องคั้นน้ำผลไม้ แยกกาก แยกน้ำ ดังวิธีที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็จะได้น้ำมะเฟืองเย็นชื่นใจไว้ดื่มโดยไม่เสียคุณค่าของวิตามิน



มะนาวกับโรคมะเร็ง

มะนาวกับโรคมะเร็ง

มีการวิจัยจากประเทศอิหร่านค้นพบว่า น้ำมะนาวที่มีความเข้มข้น มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิคุ้มกัน และโปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และการศึกษาในห้องทดลองในรัฐเท็กซัสและแคลิฟอร์เนียประเทศอเมริกายังพบว่า สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันพอประมาณ แต่ต่ำกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชตระกูลขิง

นอกจากนี้ยังมีบทความทางการแพทย์กล่าวว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก และกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ และในสัตว์ทดลองหลายชนิด



มะขามกับโรคมะเร็ง

มะขามกับโรคมะเร็ง

มะขามเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี แทนนิน และแคโรทีนอยด์ ที่เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ ป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชันหรือต้านฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ สาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะมะเร็งที่ลำไส้ และมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากมะขามยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ

การกินเนื้อมะขามจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดสารพิษในลำไส้ แล้วก่อเกิดเป็นมะเร็งในเวลาต่อมาได้ อีกทั้งความเป็นกรดของมะขามก็ช่วยขจัดแบคทีเรียบนผิวหนังได้ดี จึงช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง ที่จะนำพาไปสู่การเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกเช่นกัน



มะขามป้อมกับโรคมะเร็ง

มะขามป้อมกับโรคมะเร็ง

คุณสมบัติที่สำคัญของมะขามป้อม คือ มีวิตามินซีและแทนนินสูง วิตามินซีจากมะขามป้อมมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ประมาณ 12 เท่า วิตามินซีสามารถทำหน้าที่จับอนุมูลอิสระในเซลล์ที่เป็นของเหลว ป้องกันเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย ได้แก่ มลพิษในอากาศ ควันบุหรี่ แสงแดด รังสีแกมมา คลื่นความร้อน

ส่วนที่มาจากภายในร่างกายก็เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของออกซิเจนภายในเซลล์ หรือเกิดจากการย่อยทำลายเชื้อแบคทีเรียของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยอนุมูลอิสระทำปฏิกิริยาโยงใยภายในร่างกาย ก่อให้เกิดการอักเสบ การทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ เนื้องอก มะเร็ง โรคหัวใจ และหลอดเลือด



กระเทียมกับโรคมะเร็ง

กระเทียมกับโรคมะเร็ง

ในตำราโบราณ อ้างว่ากระเทียมช่วยรักษามะเร็งได้ เช่น ฮิปโปรเครติส เขียนไว้ในตำราแพทย์ว่า กระเทียมใช้รักษามะเร็งที่มดลูก ตำรา Bower Manuscript (ค.ศ. 450) ของอินเดียใช้กระเทียมรักษามะเร็งในกระเพาะอาหาร เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีข้อสังเกตว่าถิ่นที่กินกระเทียมกันมาก อาทิเช่น ฝรั่งเศสตอนใต้ บัลแกเรีย และเกาหลี มักมีอัตราป่วยเป็นมะเร็งต่ำกว่าที่อื่น ๆ

นักวิทยาศาสตร์สหรัฐยืนยันผลการศึกษาล่าสุดว่า กระเทียมสามารถป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้ โดยคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา กล่าวว่า ผู้ที่รับประทานกระเทียมดิบ หรือกระเทียมที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ประมาณครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานกระเทียมเลย และขณะเดียวกัน ผลการศึกษาก็ยังพบว่า กระเทียมสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้มากถึง 2 ใน 3 โดยไม่มีผลข้างเคียงภายหลังจากการที่เราได้รับประทานเข้าไป

นักวิจัยยังเชื่ออีกว่า สารประกอบในกระเทียมจะให้ผลในการป้องกันโรคมะเร็งในมนุษย์ด้วย โดยกระเทียมจะช่วยป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารได้ เพราะมีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแมบคทีเรียบางชนิด ซึ่งมีอยู่ในกระเพาะอาหารและอาจเป็นตัวที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้

นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่า ไม่ว่าจะเป็นกระเทียมในประเทศใด จีน หรือสหรัฐ ก็ให้ผลในการป้องกันโรคมะเร็งได้พอ ๆ กัน ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดนี้ นักวิจัยประมวลมาจากผลการศึกษาก่อนหน้านี้ 22 ชิ้น ที่รวบรวมมาจากทั่วโลก ที่ศึกษาถึงผลของการรับประทานกระเทียมที่มีต่อโรคมะเร็ง โดยพบว่า สารที่ประกอบในกระเทียมที่เรียกว่า allium (อัลเลียม) สามารถป้องกันโรคมะเร็งจากการทดลองกับสัตว์

อีกงานวิจัยที่เกียวกับความสามารถของกระเทียมในการป้องกันโรคมะเร็ง ซึ่งได้มีการตีพิมพ์ลงในวารสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐ จากการสัมภาษณ์ผู้ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 238 คน และผู้ชายที่ไม่ได้เป็นอีก 471 คน ในนครเซี่ยงไฮ้ พบว่า คนที่กินพวกหอมกระเทียมเกิน 1 ใน 3 ออนซ์ ต่อวัน มีโอกาสจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยได้กินหอม กระเทียมเกือบ 50%

หัวหน้าทีมวิจัยครั้งนี้ได้กล่าวว่า ในบรรดาอาหารประเภทต่าง ๆ พวกหอม กระเทียม ดูจะมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ และเมืองจีนก็มีอัตราการเกิดโรคนี้ต่ำที่สุดในโลก โดยพบว่ากระเทียมก็ช่วยให้โอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลงได้ถึง 35% ซึ่งการกินกระเทียมวันละกรีบจะช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะอ้วนหรือว่าผอมก็ตาม

ที่มา หนังสือราชายาขม มหัศจรรย์ 9 สมุนไพรกันมะเร็ง

อาหารต้านมะเร็งปากมดลูก

จากบทความเรื่อง รู้จักกับมะเร็งปากมดลูก เราได้รู้จักกับมะเร็งปากมดลูกกันไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นในบทความนี้เรามาดูเรื่องเกี่ยวกับอาหารต้านมะเร็งปากมดลูกกันดูบ้าง

เรารู้แล้วว่ามะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาหรือเชื้อเอชพีวี(HPV) ซึ่งปัจจัยหลัก ๆ ก็มาจากความเสี่ยงทางด้านการมีเพศสัมพันธ์ แต่ว่าก็มีผู้ป่วยหลายรายเหมือนกันที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกเพราะขาดสารอาหารโปรตีน ดังนั้นเรามาดูกันว่ามีอาหารชนิดใดบ้างที่ช่วยต้านมะเร็งปากมดลูก

เราจะพบโรคมะเร็งปากมดลูกในกลุ่ม ผู้หญิงที่ยากจนซึ่งคิดว่าปัจจัยเสี่ยงประการหนึ่งเกิดจากการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะพวกโปรตีน เพราะฉะนั้นในเรื่องของโรคมะเร็งแล้วไม่แนะนำให้ทานแต่ผักอย่างเดียวโปรตีนยังเป็นสิ่งจำเป็น แต่เราต้องรู้จักเลือกเฉพาะโปรตีนที่สำคัญ เราจะไม่ทานเฉพาะเนื้อสัตว์ที่เป็นสัตว์ใหญ่ เนื้อที่ปนเปื้อนสารเคมี เนื้อที่มีมันมากอย่างที่กล่าวโปรตีนที่ดีจะมาจากเนื้อปลา เต้าหู้ ถั่วเหลืองจะดีมากเพราะฉะนั้นไม่แนะนำให้ทานอย่างเดียว เพราะเคยมีคนไข้ที่ทานเจ ทานแต่ผักอย่างเดียว รักษาสุขภาพ นุ่งขาว ห่มขาว นั่งสมาธิก็กลายเป็นมะเร็งได้

ข้าวแป้ง ผู้ป่วยสามารถรับประทานข้าวแป้งได้ตามปกติ โดยแบ่งรับประทานให้ครบทุกมื้อ อาจเน้นไปที่ข้าวไม่ขัดสี ธัญพืช ขนมปัง อาจจะเปลี่ยนเป็นก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง หรือวุ้นก็ได้

เนื้อสัตว์ เวลากินเนื้อสัตว์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเนื้อสัตว์มักจะมีไขมันแอบแฝง ควรเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป โดยใน 1 วัน ควรได้รับโปรตีนประมาณ 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น ผู้ป่วยหนัก 50 กิโลกรัมควรได้รับโปรตีน 75 กรัม ต่อวัน เป็นต้น
กลุ่มเนื้อสัตว์ที่รับประทานได้ คือ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ ได้แก่ เนื้อปลา, สันในไก่, อกไก่ เป็นต้น
กลุ่มเนื้อสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยง คือ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง ได้แก่ หมูบด, เนื้อสะโพก, ไส้กรอก เป็นต้น

ไขมัน ควรลดการบริโภคไขมันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เพราะในไขมันมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งและอนุมูลอิสระ แต่ก็ไม่ต้องถึงกับงดไปเลย ควรได้รับไขมัน 15-20% ของร่างกายที่ต้องใช้ในพลังงานแต่ละวัน

ผลไม้ การกินผลไม้ควรเลือกผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เช่น พวกแอปเปิ้ล ฝรั่ง มะละกอ เป็นต้น และควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีสีสดเพื่อให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่พอเพียง

ผัก สามารถรับประทานผักเส้นใยสูงได้เกือบทุกชนิด เพราะในผักมีสารอาหารที่ช่วยป้องกันและทำให้มะเร็งฝ่อได้ด้วย

อาหารชีวจิต มะเร็ง

บทความนี้เรามาดูเรื่องของอาหารชีวจิตจิตกับโรคมะเร็งกัน ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยิน กันมาบ้างว่าอาหารชีวจิตช่วยรักษา และป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้นบทความนี้เราลองมาศึกษาอาหารชีวจิตจิตกับมะเร็งกัน

อาหารชีวจิต คืออะไร

ก่อนเราจะทำความรู้จักกับอาหารชีวจิตกับมะเร็ง เรามาดูกันก่อนว่า อาหารชีวจิตคืออะไร ชีวจิต คือการรวมกันของสองคำ ชีว ก็คือร่างกาย จิต ก็คือจิตใจ ดังนั้นชีวจิตก็คือร่างกายและจิตใจเป็นการดำรงชีวิตตามแบบธรรมชาติ มีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตแบบแมคโครไบโอติค ส่วน อาหารชีวจิตก็คืออาหารตามแบบธรรมชาติ เช่น พื้ช ผัก ธัญพืชที่ไม่ขัดสี ผักผลไม้ตามฤดูกาลที่ไม่มีการปรุงแต่ง ดื่มน้ำสะอาด น้ำสมุนไพร งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นปลาและอาหารทะเลบริโภคได้เป็นครั้งคราว งดน้ำตาลฟอกขาว กะทิ นม และไข่

อาหารชีวจิตกับมะเร็ง

จะเห็นว่าอาหารชีวจิตนั้นก็คืออาหารจากธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่งที่ได้จากธรรมชาติและไม่มีการกินเนื้อสัตว์ซึ่งก็มีผลต่อมะเร็ง เพราะมะเร็งส่วนมากนั้นเกิดจากปัจจัยภายนอกเช่นอาหาร ดังนั้นการทานอาหารแบบชีวจิตจึงช่วยยังยั้ง ป้องกัน และรักษามะเร็งได้จริง

ถ้าเราเคยได้ยินคำว่าอาหารต้านมะเร็งแล้วละก็ จะรู้ว่าอาหารต้านมะเร็งมีกฏคือ ให้กินอาหารที่ทำให้ก้อนมะเร็งเล็กลง เป็นอาหารที่ไม่ให้โอกาสเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่มีโอกาสโตขึ้นมาเป็นก้อน ในขณะเดียวกันต้องเลือกอาหารที่มีวิตามินกับเกลือแร่สูง มีสารไฟโตนิวเตรียนสูง เพื่อจะได้สารต้านมะเร็ง สารเสริมภูมิต้านทานและเพื่อฟื้นฟูสุขภาพซึ่งอาหารพวกนี้ก็คืออาหารชีวจิตนั่นเอง