ประโยชน์ของ ฝ้ายขาว

ประโยชน์ของ ฝ้ายขาว

ฝ้ายขาว

ฝ้ายขาว

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ฝ้าย, ฝ้ายไทย, ฝ้ายหีบ, ฝ้ายขาว
ชื่อสามัญ : cotton plant
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gossypium herbaceum
วงศ์ : MALVACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้นขนาดย่อม ลักษณะของลำต้นเป็นสีเขียว ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-1.5 ฟุต
ใบ : ใบมีนาดใหญ่ ลักษณะของใบแยกออกเป็นแฉก ประมาณ 4-5 แฉก คล้ายกับใบ พุดตาน ปลายใบแหลม ริมขอบใบเรียบ ใบเป็นสีเขียว
ดอก : ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะของดอกกลีบดอกบาง มีเป็นสีเหลืองนวล ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกกระเจี๊ยบ
ผล : ผลจะออกเมื่อดอกแก่ร่วงไปแล้ว ข้างในผลจะมีใยฝ้ายสีขาวข้างในใยฝ้ายมีเมล็ด เป็น เม็ดดำ ๆ เล็ก แข็ง

ส่วนที่ใช้

เปลือกลำต้น และราก

สรรพคุณ

เปลือกลำต้น และราก ใช้นำมาปรุงเป็นยาขับระดูขาว ขับประจำเดือน ทำให้มดลูกบีบตัว เป็นต้น



ประโยชน์ของ ฝาง

ประโยชน์ของ ฝาง

ฝาง

ฝาง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ฝางเสน (กลาง), ฝางส้ม (กาญจนบุรี), ง้าย (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), หนามโค้ง (แพร่), โซปั้ก (จีน)
ชื่อสามัญ : Sappan
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Caesalpinia sappan Linn.
วงศ์ : CAESALPINIACEAE

ลักษณะทั่วไป

เป็นพรรณไม้ยืนต้นที่มีขนาดกลาง ตามลำต้นและกิ่งก้านจะมีหนาม ซึ่งโคนหนามนี้พองคล้ายกับฐานนม
ใบ เป็นไม้ใบรวม ลักษณะการเรียงใบคล้ายกับใบหางนกยูงไทย มีสีเขียว
ดอก ออกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้น ดอกมีสีเหลืองกลางดอกเป็นสีแดง
ผล เป็นฝักรูปสี่เหลี่ยม แข็ง สีน้ำตาลเข้ม และที่ผิวฝักจะมีลายจุด ๆ แต้มอยู่ ซึ่งรูปร่างนั้นจะคล้ายกับถั่วแปบ ฝักของฝางนี้มีอยู่ 2 ชนิด คือชนิดแก่นสีเหลืองเรียกว่า “ฝางส้ม” และ แก่นสีแดงเข้มเรียกว่า “ฝางเสน” ตรงปลายฝักนี้จะยาวแหลมยื่นออกมาเล็กน้อย

ส่วนที่ใช้

แก่น (เลือกที่มีสีแดงเข้มที่สุด)

สรรพคุณ

แก่น : ต้มน้ำดื่ม บำรุงโลหิต แก้ปอดพิการ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง ธาตุพิการ แก้โลหิตออกทางทวารหนัก ขับเสมหะ แก้ไอ ขับระดู เป็นยาบำรุงโลหิตสตรี แก้กำเดา ทำโลหิตให้เย็น แก้โลหิตออกทางทวารหนักและเบา แก้คุดทะราด



ประโยชน์ของ ฝอยทอง

ประโยชน์ของ ฝอยทอง

ฝอยทอง

ฝอยทอง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ฝอยไหม, เครือเขาคำ, ผักไหม, กิมซีซ่า, โท้วซี
ชื่อสามัญ : Dodder
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cuscuta chinensis Lam.
วงศ์ : CUSCUTACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้จำพวกกาฝากขึ้นเกาะ ดูดน้ำกินจกต้นไม้อื่น ลักษณะของลำต้นเป็นเส้นกลม อ่อน แตกเป็นกิ่งก้านสาขา เป็นเส้นยาว มีสีเหลือง
ใบ : ใบมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม เกล็ดเล็ก ๆ
ดอก : ดอกออกเป็นช่อ ลักษณะของดอกเป็นดอกเล็ก ๆ กลีบดอกยาวประมาณ 2 มม. กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนปลายกลีบจะมน แยกออกเป็น 5 แฉก กลางดอกมีเกสรตัวผู้อยู่ 5 อัน ตัวเมียมี 2 อัน
ผล : ผลมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 3 มม. เป็นสีเทา ข้างในผลมีเมล็ดอยู่ 2-4 เม็ด เป็นรูปค่อนข้างกลมรี มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 1.5 มม. เป็นสีเหลืองอมเทา

ส่วนที่ใช้

ลำต้น เมล็ด

สรรพคุณ

ทั้งต้น : รสจืดฝาด ต้มเอาน้ำดื่ม แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ถ่ายเป็นเลือด แก้ไอเป็นเลือด แก้ตกเลือด แก้เลือดกำเดาไหล แก้ดีซ่าน ขับปัสสาวะ แก้ระดูขาวมากผิดปกติ แก้พิษทั้งภายนอกและภายใน ตำพอกหรือทาแก้ฝ้า ผดผื่นคัน แผลเรื้อรัง ห้ามเลือด แก้โรคผิวหนังด่างขาวเป็นปื้น ต้นรับประทานได้

เมล็ด : รสฝาดเผื่อน ต้มหรือบด เป็นผงรับประทาน บำรุงกำลัง บำรุงไต แก้ปวดเมื่อย ทำให้ตาสว่าง แก้กระหายน้ำ แก้น้ำกามเคลื่อนเวลาหลับ



ประโยชน์ของ ฝรั่ง

ประโยชน์ของ ฝรั่ง

ฝรั่ง

ฝรั่ง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : มะก้วย (เชียงใหม่), มะมั่น (ลำปาง), มะก้วยกา, มะสีดา (ภาคเหนือ), มะก้วยเปา (ลำพูน), มะจีน, มะปุ่น (สุโขทัย-ตาก), มะกา (แม่ฮ่องสอน), สีดา (นครพนม), จุ่มโป่ (สุราษฎร์ธานี), มะแกว (แร่), ชมพู่ (ตานี), สีดาขาว (อุบล), ยะรัง (ละว้า-เชียงใหม่), ย่าหมู, ย่ามู (ภาคใต้), ยะมูบุเตบันเยา, มะปุ้ม, ชมพู่ (มลายู-นราธิวาส), ปั้กเกี๊ย (จีนแต้จิ๋ว)
ชื่อสามัญ : Guava
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psidium guajava Linn.
วงศ์ : MYRTACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ยืนต้น มีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ลักษณะผิวเปลือกของ ลำต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม
ใบ : ลักษณะของใบเป็นใบหนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้วเห็นเส้นใบได้ชัด และมีขนขึ้นนวลบาง ขนาดของใบยาวประมาณ 2-5 นิ้ว กว้างประมาณ 1.5-3 นิ้ว
ดอก : ดอกออกเป็นช่อ ในช่อหนึ่งมีดอกย่อยประมาณ 3-5 ดอก ลักษณะของดอกเป็นดอกเล็ก มีสีขาวอมเขียวอ่อน ๆ กลีบเลี้ยงแข็งมีความคงทนมาก
ผล : ลักษณะของผลเป็นรูปต่างกัน ตามลักษณะของพันธุ์ และชนิดของมัน แต่ลักษณะของผิวเกลี้ยงเรียบ ผลเมื่อยังอ่อนจะเป็นสีเขียวแก่ หรือเขียวอ่อน แต่เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น และข้างในผลหนึ่งมีเมล็ด เป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ แข็ง มีจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้

ใบ ผล ราก

สรรพคุณ

ใบ : ใช้ใบสด ประมาณ 10-15 ใบ นำมาผิงไฟให้เกรียมแล้วต้ม หรือชงน้ำรับประทาน เป็นยาแก้โรคท้องเดิน โรคบิด แก้ปวดเบ่ง หรือใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำใช้ล้างบาดแผล หรือใช้กากพอกบริเวณแผลช่วยถอนพิษบาดแผล หรือใช้ใบที่สด ประมาณ 6-7 ใบ นำมาเคี้ยวอม หรือนำมาใส่ในตู้เย็น ช่วยระงับกลิ่นเหม็น
ผล : ใช้ผลอ่อน ประมาณ 1 ผล นำมาฝนกับน้ำปูนใสใช้รับประทานเป็นยาแก้อาการท้องเดิน
ราก : ใช้รากนำมาต้มเอาน้ำกิน เป็นยาแก้น้ำเหลืองเสีย ช่วยดูดน้ำเหลือง น้ำหนอง ทำให้แห้ง



ประโยชน์ของ ผักเสี้ยนผี

ประโยชน์ของ ผักเสี้ยนผี

ผักเสี้ยนผี

ผักเสี้ยนผี

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ส้มเสี้ยนผี (ภาคเหนือ), ส้มเสี้ยนตัวเมีย, ไปนิพพานไม่กลับ
ชื่อสามัญ : Polanisia Vicosa
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cleome viscosa Linn.
วงศ์ : CAPPARIDACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีขนาดเล็ก หรือจัดอยู่ในจำพวกหญ้าแตกกิ่งก้านสาขา ตามลำต้นจะมีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมทั่วต้น และมีเมือกเหนียว ๆ อยู่ภายในลำต้น เมื่อเด็ดจะมีกลิ่นเหม็นเขียวฉุน ๆ ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร
ใบ : เป็นใบรวม ช่อหนึ่งจะมีใบอยู่ 3-5 ใบซึ่งจะออกสีเขียวอมเหลือง ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ ปลายและโคนใบจะแหลม เนื้อใบบางนุ่ม ตามผิวใบจะมีขนอ่อน ๆ ปกคลุมเช่นกัน มีกลิ่นฉุน กว้างประมาณ 0.5-1 นิ้วยาว 0.5-2 นิ้ว ซึ่งใบกลางจะมีขนาดใหญ่กว่า
ดอก : ออกเป็นช่ออยู่ตามง่ามใบ ช่อดอกยาวแหลม ดอกมีสีเหลืองบาง และเกลี้ยง ดอกจะบานในวันเดียวคือตอนเช้า ที่ปลายดอก มีจงอยแหลม และมีขนปกคลุมอยู่เล็กน้อย
ผล : เป็นฝักยาวคล้ายถั่วฝักเขียว แต่จะมีขนาดเล็กกว่ามาก ตรงปลายผลมีจะงอยแหลม ผลกว้างประมาณ 2-4.5 มม. ยาว 1-4 นิ้ว เมล็ดในผลสีน้ำตาลแดง ผิวย่น

ส่วนที่ใช้

ทั้งต้น ใบ ดอก รากและเมล็ด

สรรพคุณ

ทั้งต้น : ใช้ปรุงเป็นยาแก้ฝีในปอด ช่วยขับหนองในร่างกายหรือทำให้หนองแห้ง แก้ฝีในลำไส้ ในตับ ขับพยาธิในลำไส้ โรคไขข้ออักเสบ ทาภายนอกแก้โรคผิวหนังและหูอักเสบ ใบ นำมาพอกแก้ปวดหัว บดกับเกลือทาแก้ปวดหลัง และแก้ปัสสาวะพิการ ใบผสมกับเมล็ด จะเป็นยาขับน้ำเหลืองเสีย หรือนำไปถูตรงบริเวณนั้นให้เลือดเดินสะดวก ดอก เป็นยาฆ่าเชื้อโรค และฆ่าพยาธิ
ราก : แก้โรคผอมแห้งของสตรีเนื่องจากคลอดบุตรและอยู่ไฟไม่ได้ รากผสมกับเมล็ด เป็นยาแก้เลือดออกตามไรฟัน และเป็นยากระตุ้นหัวใจ



ประโยชน์ของ ผักปลัง

ประโยชน์ของ ผักปลัง

ผักปลัง

ผักปลัง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ผักปั๋ง (ภาคเหนือ), ผักปลังแดง, ผักปลังใหญ่ (ภาคกลาง), เหลาะขุ้ย (แต้จิ๋ว), ลั่วขุย (จีนกลาง)
ชื่อสามัญ : East Indian Spinach, Malabar Nightshade, Indian Spinach, Ceylon spinach
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Basella rubra Linn.
วงศ์ : BASELLACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้เลื้อย ที่มีลำเถายาวหลายเมตร ซึ่งลำเถานี้จะอวบน้ำ ไม่มีขน และแตกกิ่งก้านสาขามาก ลำเถามีสีเขียว และสีม่วงอมแดง
ใบ : เป็นไม้ใบเดี่ยว และจะออกสลับกันไปตามข้อต้น ลักษณะของใบคล้ายกับรูปหัวใจ ปลายแหลม โคนใบเว้า ยาวประมาณ 1.5-5 นิ้วมีสีเขียวเป็นมัน และเมื่อขยี้ดูจะเป็นเมือก
ดอก : ออกเป็นช่ออยู่ตามง่ามใบ ช่อดอกยาวประมาณ 2-8 นิ้วจะไม่มีก้านดอก ซึ่งดอกนี้มีขนาดเล็กกลีบสีชมพูหรือสีแดงอ่อน ส่วนฐานติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ
ผล : เมื่อดอกแก่ก็จะกลายเป็นผล ซึ่งมีขนาดประมาณ 5-6 มม. โตกว่าลูกพริกไท 2-3 เท่าพอแก่จะเป็นสีม่วงอมดำ มีเนื้อนิ่ม ภายในผลเป็นน้ำมีสีม่วง

ส่วนที่ใช้

ต้น ใบ ดอก ผล และราก

สรรพคุณ

ต้น : เป็นยาแก้พิษฝีดาษ แก้ท้องผูก ไส้ติ่งอักเสบ เป็นยาระบาย อึดอัดแน่นท้อง
ใบ : นำมาตำใช้พอกแผลสด แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน ขับปัสสาวะ แก้ท้องผูก แก้บิด
ดอก : แก้หัวนมแตกเจ็บ ดับพิษ และพิษฝีดาษ โดยที่ได้มาจากน้ำคั้นดอก จะต้องเป็น ดอกสด ๆ เอาทาตรงบริเวณที่เป็น
ผล : สีของผลจะช่วยแต่งอาหารให้น่าทาน
ราก : ใช้เป็นยาถู หรือนวดให้ร้อน ช่วยทำให้บริเวณนั้นมีเลือดมาเลี้ยงมาก ส่วนน้ำที่คั้นจากรากนั้นจะเป็นยาหล่อลื่นได้เป็นอย่างดี และช่วยขับปัสสาวะ



ประโยชน์ของ ผักบุ้งทะเล

ประโยชน์ของ ผักบุ้งทะเล

ผักบุ้งทะเล

ผักบุ้งทะเล

รายละเอียด

ชื่ออื่น : ละบูเลาห์ (มลายู-นราธิวาส)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomoea pes-caprae ( L.) R.br.
ชื่อสามัญ : Goat’s Foot Creeper, Beach Morning Glory
วงศ์ : Convolvulaceae

ลักษณะทั่วไป

ไม้เลื้อยล้มลุก เลื้อยไปตามผิวทรายหรือดิน ชอบขึ้นในพื้นที่ใกล้ทะเล ทั้งต้นมีน้ำยางสีขาว
ใบ เดี่ยว แผ่นใบกว้าง โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึก
ดอก ช่อ มี 4-6 ดอก กลีบดอกสีชมพูอมม่วง กลีบดอกติดกันปลายบานคล้ายปากแตร ดอกบานตอนเช้า บ่ายๆ จะหุบเหี่ยว
ผล เป็นผลแห้งแตกได้

ส่วนที่ใช้

ใบ รากสด ทั้งต้น เมล็ด

สรรพคุณ

ใบสด : เป็นยาพอก ต้มอาบรักษาโรคผิวหนัง แก้ปวดไขข้อบวมอักเสบมีหนอง
รากสด : ขับปัสสาวะในโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แก้โรคเท้าช้าง ปวดฟัน ผดผื่นคันมีน้ำเหลือง
ทั้งต้น : แก้อาการอักเสบจากพิษแมงกระพรุนไฟ ถอนพิษลมเพลมพัด ต้มอาบแก้โรคคันตามผิวหนัง
เมล็ด : ป้องกันโรคตะคริว



ประโยชน์ของ ผักบุ้งขัน

ประโยชน์ของ ผักบุ้งขัน

ผักบุ้งขัน

ผักบุ้งขัน

รายละเอียด

ชื่อ : ผักบุ้งขัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomoea asarifolia (Ders.) Roem. & Schult.
ชื่อวงศ์ : CONVOLVULACEAE

ลักษณะทั่วไป

ไม้เลื้อยล้มลุก งอกรากที่ข้อ
ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 3-6 ซม. ยาว 4-8 ซม.
ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ซอกใบหรือปลายยอด กลีบดอกสีม่วงพบน้อยที่มีสีขาวเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย
ผลแห้งแตกได้ รูปทรงกลม ยาว 10-12 ซม. สีน้ำตาล เมล็ด สีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ยาว 6-7 มม. มีขนสีเทาสั้นๆ

สรรพคุณ

เถา ใบ รสขื่นเย็น สรรพคุณ ถอนพิษลมเพ ลมพัด แก้พยาธิตัวจี๊ด



ประโยชน์ของ ผักแครด

ประโยชน์ของ ผักแครด

ผักแครด

ผักแครด

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : สับกา (ภาคกลาง), หญ้าขี้หมา (นครศรีธรรมราช)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Synedrella nodiflora (Linn.) Gaertn.
วงศ์ : COMPOSITAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นง่าม ตามกิ่งจะมีขนปกคลุมอยู่ประปราย สูงประมาณ 1-2 ฟุต
ใบ : ออกใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปมนรี ปลายแหลม โคนใบสอบติดเป็นปีกกับก้านใบเลย ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบทั้งสองข้างจะมีขนปกคลุมอยู่ มีเนื้อใบบาง ขนาดของใบกว้างประมาณ 0.5-3.5 นิ้วยาว 1.5 นิ้วมีสีเขียว
ดอก : ออกเป็นกลุ่ม ๆ อยู่ตามง่ามใบ แต่จะมีเฉพาะที่ส่วนยอดของต้นเท่านั้น จะไม่มีก้านดอก และดอกจะแบ่งออกเป็น 2 วง วงนอกยาวประมาณ 9 มม. ปลายแหลมและมีขนสีขาวปกคลุมอยู่ประปราย ส่วนวงในยาว 7 มม. ปลายมน ผิวเกลี้ยงกลีบดอกเป็นสีเหลืองรูปรางน้ำ
ผล : มีสีน้ำตาลดำ หรือสีดำ ผลยาวประมาณ 4-5 มม.

ส่วนที่ใช้

ทั้งต้น ใบ

สรรพคุณ

ทั้งต้น : นำมาปรุงเป็นยาทาแก้โรคไขข้ออักเสบ หรือคั้นเอาน้ำเป็นยาหยอดหูแก้หูเจ็บ หรือเอามาตำเป็นยาพอกหัวแก้ปวด พอกขาเวลาปวด
ใบ : น้ำคั้นจากใบเป็นยาแก้ปวดท้อง ส่วนน้ำต้มกินเป็นยาระบาย



ประโยชน์ของ ผักคาวทอง

ประโยชน์ของ ผักคาวทอง

ผักคาวทอง

ผักคาวทอง

รายละเอียด

ชื่ออื่น ๆ : ผักเข้าตอง, ผักคาวปลา (ภาคเหนือ), พลูคาว (ภาคกลาง), ผักก้านตอง (แม่ฮ่องสอน), ฮื่อชอเช่า (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Houttuynia cordata Thunb.
วงศ์ : SAURURACEAE

ลักษณะทั่วไป

ต้น : เป็นพรรณไม้ที่มีขนาดเล็ก และก็ไม่สูงนักส่วนโคนของลำต้นที่แตะดินนั้นจะมีรากออกมาตามข้อของต้น ลำต้นมีสีเขียวและสูงประมาณ 6-20 นิ้ว
ใบ : ออกใบเดี่ยว เรียงสลับกันไปตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปหัวใจ ปลายแหลม โคนใบเว้า ขอบใบเรียบ มีสีเขียวท้องใบจะมีลายเส้นสีม่วงอ่อน ๆ ขนาดของใบกว้างประมาณ 1.5-2.5 นิ้วยาว 1.5-3 นิ้ว ก้านใบยาว 0.5-1.5 นิ้ว
ดอก : ออกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้น ช่อดอกนี้จะประกอบไปด้วยดอกเล็ก ๆ จำนวนมากติดกันแน่นเป็นแท่งทรงกระบอกยาว 1 นิ้วมีสีขาวออกเหลือง และในแต่ละช่อนั้นจะมีกลีบรองดอกสีขาวอยู่ 4 กลีบ แต่ละกลีบยาว 1 นิ้วปลายกลีบมน
ผล : เมื่อดอกแก่หรือร่วงโรยไปก็จะกลายเป็นผล ซึ่งผลนี้จะมีลักษณะกลมรีตรงปลายผลแยกออกเป็น 3 แฉก จะออกรวมตัวเรียงกันแน่นยาวเป็นรูปทรงกระบอก เมล็ดรูปมนรี

ส่วนที่ใช้

ทั้งต้น

สรรพคุณ

ทั้งต้น : มีรสเย็น และฉุน ใช้เป็นยาแก้โรคบิด โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ แก้ไอ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ฝีบวมอักเสบ ริดสีดวงทวาร หูชั้นกลางอักเสบ โดยการใช้ต้นแห้งหรือต้นสดก็ได้ ใช้ปริมาณต่างกันถ้าเป็นต้นสดให้ใช้ 30-60 กรัมมาตำคั้นเอาน้ำทาน รักษาภายนอกให้ตำพอก หรือต้มน้ำชะล้าง แต่ถ้าเป็นต้นแห้งใช้ 15-30 กรัมก่อนต้มให้แช่น้ำทิ้งไว้สัก 1-3 นาที ต้มให้เดือดประมาณ 5 นาทีก็ใช้ได้ แต่ถ้าเอาไปผสมกับยาอื่น ให้ต้มยาชนิดอื่นให้เดือดก่อน