อาการมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

จากบทความเรื่อง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เราได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับมะเร็งนี้กันไปคร่าว ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ประเภท สาเหตุ อาการ และการรักษา ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับอาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกันว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

– อาการถ่ายเหลว
อาการนี้เป็นผลข้างเคียงจากการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน

– อาการปากแห้ง (xerostomia)
เกิดจากต่อมน้ำลายสร้างน้ำลายลดลง อาจจะเป็นผลข้างเคียงมาจากการรักษาโดยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี

– อาการอ่อนเพลีย
50-70% ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยเคมีบำบัด จะรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

– ผมร่วง
เป็นผลจากการรักษาโดยเคมีบำบัดหรือฉายรังสี โดยการรักษาโดยเคมีบำบัดหรือฉายรังสีจะไปทำลายเซลล์ที่สร้างผมและขนด้วยทำให้ผมร่วง แต่พอหลังจากรักษาแล้วผมก็จะงอกขึ้นมาใหม่

– ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)
อาการจากแคลเซียมในเลือดสูงที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย ซึมลง ความรู้สึกตัวลดลงจนถึงขั้นโคม่าได้ พบในผู้ป่วยมะเร็งราว ๆ 10-20% และอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

– การติดเชื้อ (Infection)
เนื่องจากการรักษาที่อาจจะไปทำลายภูมิคุ้มกันหรือแม้แต่ผลจากตัวมะเร็งเอง ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนปกติ ซึ่งเมื่อติดเชื้อแล้วอาจจะมีอาการ ไข้ หนาวสั่น, ปวดท้อง, เจ็บคอ, ไอ หายใจไม่สะดวก

คลื่นไส้ อาเจียน
อาจจะเกิดจากการภาวะขาดน้ำหรือเกลือแร่ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาโดยเคมีบำบัดหรือผู้ป่วยบางรายในการรักษาโดยการฉายรังสี

– อาการจากตัวก้อน
อาการจากตัวก้อน เช่น ภาวะที่ก้อนมะเร็งกดเบียดเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ เรียกว่า Superior vena cava syndrome ทำให้เกิดการบวมบริเวณใบหน้า ลำคอ มักพบภาวะนี้ในผู้ป่วยมะเร็งที่มีก้อนในทรวงอก เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

– เกร็ดเลือดต่ำ
ยาเคมีบำบัดบางชนิดทำให้เกล็ดเลือดต่ำได้ ภาวะนี้จะเสี่ยงต่อการมีเลือดออกง่าย ผู้ป่วยอาจมีจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดขึ้นตามตัว

ระยะของมะเร็งปอด

ในปัจจุบันการแบ่งระยะของโรคมะเร็งนั้น ได้แบ่งออกเป็น 4 ระยะและการแบ่งระยะของมะเร็งปอดนั้นก็แบ่งออกเป็น 4 ระยะเหมือนกับมะเร็งอื่นทั่วไป

การแบ่งระยะของมะเร็งปอดนั้นดีอย่างไร

ในการกำหนดระยะของมะเร็งปอดนั้นทำให้เราได้ทราบว่าผู้ป่วยมะเร็งมีสิทธิ์การรักษาให้หายได้ขนาดไหน ซึ่งระยะแยกจะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่จะรักษาหายขาด และระยะที่ 4 หรือระยะสุดท้ายก็มีสิทธิ์หายน้อยมาก การแบ่งระยะยังทำให้ทราบได้อีกว่ามะเร็งนั้นพัฒนาไปถึงไหน ระยะไหนควรรักษาแบบไหน ทำให้ง่ายต่อการแยกผู้ป่วย รักษาผู้ป่วย วิเคราะห์ผู้ป่วย และการแบ่งระยะของมะเร็งปอดนั้นยังสามารถทำให้รู้ได้อีกว่าเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปมากน้อยเท่าใด

ระยะของมะเร็งปอด

มะเร็งปอดระยะที่ 1
มะเร็งปอดระยะที่ 1 นี้สามารถแบ่งได้เป็น 1A กับ 1B
1A เป็นระยะที่มะเร็งอยู่เฉพาะในปอด ขนาดใหญ่ไม่เกิน 3 ซม.
1B เป็นระยะที่มีลักษณะข้อหนึ่งต่อไปนี้
– ขนาดใหญ่มากกว่า 3 ซม.
– กระจายไปถึงหลอดลมใหญ่และห่างจากแขนงหลอดลมใหญ่อย่างน้อย 2 ซม.
– กระจายไปถึงเยื่อหุ้มปอดชั้นใน
– เนื้องอกอุดตันที่หลอดลมใหญ่ และหลอดลมฝอย ทำให้เกิดปอดแฟบหรือปอดอักเสบ

มะเร็งปอดระยะที่ 2
มะเร็งปอดระยะที่ 2 นี้สามารถแบ่งได้เป็น 2A กับ 2B
2A มะเร็งมีขนาดไม่เกิน 3 ซม. และกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงในทรวงอกข้างนั้น ๆ
2B มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงในทรวงอกข้างนั้น ๆ และมีลักษณะต่อไปนี้
– ขนาดใหญ่มากกว่า 3 ซม.
– กระจายไปถึงหลอดลมใหญ่และห่างจากแขนงหลอดลมใหญ่อย่างน้อย 2 ซม.
– กระจายไปถึงเยื่อหุ้มปอดชั้นใน
– เนื้องอกอุดตันที่หลอดลมใหญ่ และหลอดลมฝอย ทำให้เกิดปอดแฟบหรือปอดอักเสบ

หรือมะเร็งยังไม่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง และมีลักษณะต่อไปนี้
– มะเร็งกระจายไปถึงหน้าอก กะบังลม หรือเยื่อหุ้มปอดที่อยู่ระหว่างปอด หรือเยื่อหุ้มหัวใจ
– มะเร็งกระจายหลอดลมใหญ่และห่างจากแขนงหลอดลมใหญ่ไม่เกิน 2 ซม. แต่ไม่มีการกระจายไปยังหลอดคอ
– มะเร็งอุดตันที่หลอดลมใหญ่ และหลอดลมฝอย ทำให้เกิดปอดแฟบหรือปอดอักเสบทั้งปอด

มะเร็งปอดระยะที่ 3
มะเร็งปอดระยะที่ 2 นี้สามารถแบ่งได้เป็น 3A กับ 3B
3A มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงในทรวงอกข้างนั้น ๆ และกระจายไปถึงหลอดลมใหญ่ หน้าอก กะบังลม เยื่อหุ้มปอด เยื่อหุ้มหัวใจ แต่ยังไม่ถึงหลอดคอ หรือปอดแฟบบางส่วน หรือทั้งปอด หรือปอดอักเสบ
3B มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองอีกข้างของทรวงอก หรือกระจายยังหัวใจ หลอดเลือดดำใหญ่ inferior vena cava หลอดคอ หน้าอก กระดูกกลางหน้าอก หรือหลอดอาหาร หรือกระจายสู่น้ำในช่องปอด หรือกระจายไปยังตำแหน่งอื่นในปอดกลีบเดียวกัน

มะเร็งปอดระยะที่ 4
มะเร็งกระจายไปยังกลีบอื่นของปอดข้างเดียวกัน หรือปอดอีกข้าง หรือกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตับ ต่อมหมวกไต ไต กระดูก

เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นมะเร็งปอดระยะใด

ในการจะทราบว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะใดนั้น สามารถรู้ได้โดยการ

– ตรวจร่างกาย
– เอกซเรย์แบบต่าง ๆ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เพทสแกน (PET scan)
– ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
– ผลตรวจชิ้นเนื้อ
– ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด

จากระยะของโรคมะเร็งปอดจะเห็นว่า การกำหนดระยะของโรคนั้นขึ้นอยู่กับเซลล์มะเร็งแบ่งตัว เจริญเติบโต และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง โดยสามารถลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง โดยเข้ากระแสเลือด และต่อมน้ำเหลืองได้

มะเร็งปอดระยะสุดท้าย

บทความนี้เราจะมาพูดถึงมะเร็งปอดระยะสุดท้ายกัน ซึ่งมะเร็งปอดนั้นมีอยู่ 4 ระยะ มะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็คือมะเร็งปอดระยะที่ 4

มะเร็งปอดระยะสุดท้ายหรือมะเร็งปอดระยะที่ 4 นั้น มะเร็งกระจายไปยังกลีบอื่นของปอดข้างเดียวกัน หรือปอดอีกข้าง หรือกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตับ ต่อมหมวกไต ไต กระดูก

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายหรือระยะที่ 4 นี้จะทำการรักษายากกว่าระยะแรก มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายไว้ดังนี้

– สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ต้องสวยงามสะดวกสะบาย แห้งและสะอาด โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้า จะต้องพลิกตัวให้เป็นเวลา

– การวางแผนด้านโภชนาการ ต้องให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยยึดหลักรสจืดและมีประโยชน์ทางโภชนาการสูง อาจจะต้องให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายกินผักและผลไม้มากขึ้น และลดอาหารที่มีรสจัด

– คอยให้กำลังใจและสังเกตสภาพจิตใจ เพราะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมักจะมีความกลัว ความกังวล และความเศร้า ซึ่งมักจะทำให้สูญเสียความเชื่อมั่น และกำลังใจได้ง่าย ๆ ดังนั้นคนรอบข้างต้องคอยดูแลเอาใจใส่ และให้กำลังใจต่อผู้ป่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็งนี้ โดยเฉพาะญาติพี่น้อง ควรช่วยกันให้กำลังใจในการต่อสู้กับโรค

– ส่งเสริมการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ร่างกายสามารถทำได้ แต่ระวังอย่าให้หักโหม เพราะถ้าออกกำลังกายอย่างหักโหมจะกลายเป็นโทษต่อร่างกาย

– ให้คอยสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากไอมีเสมหะ ควรให้ผู้ป่วยขากออกมาเอง หากจำเป็นควรใช้เครื่องดูดเสมหะช่วย การนอนหลับพักผ่อนต้องระวังให้นอนตะแคงข้าง เพื่อป้องกันเสมหะลงคอทำให้หายใจไม่ออก หากพบว่าผู้ป่วยไม่พูดไม่จากะทันหัน สีหน้าเปลี่ยนไป หยุดหายใจ ต้องรีบแจ้งแพทย์ทราบเพื่อช่วยเหลือฉุกเฉิน

– บรรเทาอาการปวดทันเวลา สำหรับมะเร็งปอดระยะสุดท้ายที่สร้างความเจ็บปวดให้ผู้ป่วย ควรให้ยาแก้ปวดระงับความเจ็บปวดแก่พวกเขา อย่ากลัวว่ายาแก้ปวดที่มีสารมอร์ฟีนจะทำให้เสพติดยา การบรรเทาอาการปวดเป็นวิธีการที่สำคัญที่จะช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สาเหตุมะเร็งตับ

บทความนี้เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับกัน ซึ่งถ้ารู้ไว้เราอาจจะป้องกันตัวเองจากมะเร็งตับได้ ซึ่งมะเร็งตับนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ในเพศชายและอันดับ 2 ในเพศหญิง

สาเหตุมะเร็งตับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

1. สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากปัจจัยภายนอก
สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากปัจจัยภายนอกนี้ ก็คือการได้รับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่ได้มาจากภายนอกร่างกายแล้วนำเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่
– สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่ม
– รังสีเอ็กซเรย์ อุลตราไวโอเลตจากแสงแดด
– เชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสฮิวแมนแพบพิลโลมา
– การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
– จากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น

2. สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย
สาเหตุมะเร็งตับที่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกายนั้น ส่วนมากจะพบผู้ป่วยที่มีสาเหตุนี้น้อย เช่น
– เด็กที่มีความพิการ มาแต่ กำเนิดมีโอกาสเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
– การมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่องและภาวะ ทุพโภชนาการ

จะเห็นว่ามะเร็งตับนั้นมีสาเหตุหลักเช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ นั่นก็คือเกิดจากปัจจัยภายนอก ดังนั้นถ้าเรารู้และปฎิบัติอย่างถูกต้องก็คงสามารถป้องกันมะเร็งได้ดีทีเดียว สำหรับสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายในนั้น ถ้าหากใครรู้ว่าตัวเองมีปัจจัยที่เสี่ยงก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำชี้แนะต่อไป

สาเหตุโรคมะเร็งปากมดลูก

บทความนี้เรามาดูสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งด้วยโรคมะเร็งของผู้หญิงกัน ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรและจะป้องกันได้ยังไง

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

เราทราบมาแล้วว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาหรือเชื้อเอชพีวีบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะบริเวณปากมดลูก ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อ HPV หรือเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้น ได้แก่ การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย หรือมีการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยเป็นต้น ปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้เป็นเพียงปัจจัยที่ส่งเสริมและทำให้การติดเชื้อ HPV รุนแรงขึ้นจนเป็นมะเร็งปากมดลูก

1. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง
– การมีคู่นอนหลายคน
– การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อยกว่า 17 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการกลายรูปของเซลล์ปากมดลูกมาก ช่วงนี้จะมีความไวต่อสารก่อมะเร็งสูงมากโดยเฉพาะเชื้อ HPV
– การตั้งครรภ์และการคลอดลูก จำนวนครั้งของการคลอดลูกมากกว่า 4 ครั้ง มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น
– มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม ซิฟิลิส และหนองใน เป็นต้น
– การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ ถ้านานกว่า 5 ปี และ 10 ปี จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
– ไม่เคยได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมาก่อน

2. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายชาย เนื่องจากส่วนใหญ่ของการติดเชื้อเอชพีวีบริเวณอวัยวะเพศได้มาจากการมีเพศสัมพันธ์
– สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
– สตรีที่แต่งงานกับชายที่เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
– ผู้ชายที่เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
– ผู้ชายที่มีประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุน้อย
– ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน

3. ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายหรือเร็วขึ้นได้แก่
– การสูบบุหรี่
– ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น โรคเอดส์ และการได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

จากสาเหตุและปัจจัยของการเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้นส่วนมากจะมาจากปัจจัยภายนอกและการปฎิบัติตัว ดังนั้นเราสามรถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ ถ้าหากรู้จักปฎิบัติตัวที่ดี

มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้าย

จากบทความเรื่อง มะเร็งกระเพาะอาหาร เราได้รู้แล้วว่ามะเร็งกระเพาะอาหารนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร มีอาการยังไง และได้รู้ถึงวิธีการตรวจหามะเร็งกระเพาะอาหารกันแล้ว และในบทความเรื่อง อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

เราได้ยังรู้อีกว่าอาหารของมะเร็งกระเพาะอาหารนั้นเป็นยังไง ตั้งแต่มะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกไปจนถึงมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย

ในบทความนี้เราจะมาโฟกัสกันในเรื่องของมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้ายกัน

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย

อาการของมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะสุดท้าย จะมีอาการของโรครุนแรงขึ้นกว่าระยะแรกอาหารเหล่านี้ยากที่จะบรรเทา และยังมีอาการอื่น ๆ ตามมาอีก

1. อาการเมื่อมะเร็งมีการแพร่กระจาย เมื่อมะเร็งมีการแพร่กระจายในอัตราสูง โดยทั่วไปเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้มีอารการอื่น ๆ ตามมาเช่น น้ำท่วมท้อง ตัวเหลือง ตับโต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น กระเพาะทะลุ มีเลือดออก เป็นต้น

2. อาการอื่น ๆ นอกจากอาการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีอาการอื่น ๆ อีกที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีเลือดปนในอุจจาระ ถ่ายอุจจาระสีดำ เช่น อาเจียน น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง มีน้ำในช่องท้อง กลืนลำบาก

ข้อแนะนำในการรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้าย

ข้อแนะนำในการรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้ายนั้น ขอแนะนำการรักษาตามแบบมะเร็งระยะสุดท้ายทั่ว ๆ ไป นั่นคือรักษาตามแบบธรรมชาติ เพราะการรักษาตามวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันจะไปทำลายอวัยวะส่วนดีด้วย บางรายอาจจะทนไม่ไหว และที่สำคัญมีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วหายมีรายหลายที่รักษาตามแบบวิธีธรรมชาติ

ก่อนอื่นเลยต้องทำใจให้สู้ เพราะจิตใจเป็นนายส่วนร่างกายเป็นบ่าว ดังนั้นถ้าจิตใจสู้ก็ถือได้ว่าเป็นการประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง นอกจากการทำจิตใจให้สู้แล้ว ก็ควรทำจิตใจให้สงบ หมั่นทำสมาธิ เพราะพวกนี้ก็มีผลเหมือนกัน

ต่อมาก็คือการรักประทาน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาหารหลายชนิดที่ทำให้เกิดการเจิรญเติบโนของมะเร็งและมีอาหารหลายชนิดที่ช่วยยับยั้ง ป้องกัน และทำลายมะเร็ง ซึ่งการรับประทานอาหารก็ควรรับประทาน ดังนี้ ควรงดเว้นเนื้อสัตว์ นม ไข่ แล้วหันมารับประทานอาหารที่ต่อต้านมะเร็ง ซึ่งได้แก่ ธัญพืช 5 ชนิด ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี, และลูกเดือย นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่งหรือมันเทศ, กล้วยน้ำว้าสุก (8 ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, ยอดแค, ถั่วพู (2 ชนิดนี้ห้ามขาด), บลอคโคลี่ หรือกะหล่ำ ดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง(ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง) นำทั้ง 10 ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก เพื่อให้กระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทานหนัก 1 กก./วัน กับธัญพืช

ต่อมาเป็นการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าปัจจบันจะยังไม่มีการวิจัยไหนที่บ่งบอกว่า มะเร็งชนิดใด ควรออกกำลังกายท่าใด เวลานานเท่าใด หรือออกตอนไหน ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกัน และรักษามะเร็งชนิดหนึ่ง ๆ แต่ว่าการออกกำลังกายถือว่าเป็นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และยังพบว่าการออกกำลังกายแบบพอเหมาะ ไม่หนักจนเกินไปส่งผลดีที่สุดต่อการรักษา และป้องกันมะเร็ง อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกกำลังกายเพื่อป้องกันมะเร็ง

การตรวจหูเพื่อหามะเร็ง

อาการมะเร็งที่พบได้บ่อยในหูนั้น คือ หูอื้อ มีน้ำเหลืองและเลือดไหลออกมาจากรูหู และโดยมากจะเป็นมะเร็งของหูชั้นนอก หรือมะเร็งโพรงจมูก สามารถตรวจพบโดยการตรวจดูในรูหูจะพบก้อนเนื้อ แผลเป็นเรื้อรัง หรือมีเลือดและน้ำเหลืองไหลในรูหู

สำหรับอาการผิดปกติของหูอันเกิดจากก้อนมะเร็งในโพรงหลังจมูกนั้นจะตรวจพบได้ยาก โดยแพทย์ต้องใช้กล้องส่องลงไปในลำคอ หากเป็นโรคนี้จริง จะพบว่า มีก้อนเนื้อกดเบียดรูเปิดของท่อที่ต่อระหว่างหูชั้นกลางกับโพรงหลังจมูก การเสียสมดุลของความดันในหูชั้นกลางทำให้เกิดอาการหูอื้อ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดอาการหูน้ำหนวก ทำให้การได้ยินลดลงหรือเสียไป และถ้าเยื่อแก้วหูทะลุ จะมีน้ำเหลืองไหลออกจากรูหูได้ สำหรับผู้ที่มีหูอื้อนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติโดยเร็ว

ที่มา ไกรภพ สาระกูล. พลังธรรมชาติบริสุทธิ์ ยุติมะเร็ง. (หน้า 20-21) : พิมพ์ที่ บริษัท ฐานบัณฑิต จำกัด

อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

จากบทความเรื่อง มะเร็งกระเพาะอาหาร เราได้รู้แล้วว่ามะเร็งกระเพาะอาหารนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร มีอาการยังไง และได้รู้ถึงวิธีการตรวจหามะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับอาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

สาเหตุที่เราโฟกัสกันที่อาการของมะเร็งกระเพาะอาหารนั้นก็เพราะว่า มะเร็งกระเพาะอาหารนั้นจะแสดงอาหารอย่างเห็นได้ชัดก็ต่อเมื่อมะเร็งได้ลุกลามไปมากแล้ว ทั้งที่เราสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่แรก ๆ

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรก

1. ความรู้สึกไม่สบายอืดแน่นบริเวณท้องส่วนบน กว่า 70% ของผู้ที่ปวยที่แสดงอาการว่ารู้สึกไม่บาย อืดแน่นท้องบริเวณส่วนบน ซึ่งเป็นอาการของมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรก

2. กรดไหลย้อนหรือรู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยไม่น้อยที่รู้สึกว่ามีกรดไหลย้อน รู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหาร บางรายเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปแล้วจะปรากฎอาหารเรอ ท้องอืด ซึ่งเมื่อไปพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจจะวินิจฉัยว่าเป็นอาหารของโรคกระเพาะอาหารก็เป็นได้ ดังนั้นผู้ป่วยสามารถทำการตรวจด้วยวิธีส่องกล้องซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในปัจจุบันในการตรวจหามะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรก

3. ซูปผอมไม่มีแรง เนื่องจากผู้ป่วยที่มีอาการของมะเร็งกระเพาะอาหารทำให้เบื่ออาหารดังนั้นจึงทำให้มีมีแรงและซูบผอม
4. อุจจาระสีดำ ถ้าหากว่ามีอุจจาระสีดำในช่วงที่ไม่ได้รับประทานอาการเสริมธาตุเหล็กให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย

อาการของมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะสุดท้าย จะมีอาการของโรครุนแรงขึ้นกว่าระยะแรกอาหารเหล่านี้ยากที่จะบรรเทา และยังมีอาการอื่น ๆ ตามมาอีก

1. อาการเมื่อมะเร็งมีการแพร่กระจาย เมื่อมะเร็งมีการแพร่กระจายในอัตราสูง โดยทั่วไปเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้มีอารการอื่น ๆ ตามมาเช่น น้ำท่วมท้อง ตัวเหลือง ตับโต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น กระเพาะทะลุ มีเลือดออก เป็นต้น

2. อาการอื่น ๆ นอกจากอาการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีอาการอื่น ๆ อีกที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีเลือดปนในอุจจาระ ถ่ายอุจจาระสีดำ เช่น อาเจียน น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง มีน้ำในช่องท้อง กลืนลำบาก

จากอาการที่กล่าวมาข้างต้น หากว่าผู้ป่วยมีการใด ๆ ดังกล่าวแล้ว อย่านิ่งนอนใจ รีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยเร็วที่สุด เลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสม หากพบว่าเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารแล้วอย่างพึ่งท้อใจ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ร่วมกับการรักษาจิตใจให้ดี จะช่วยให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อาการมะเร็งปากมดลูก

อาการมะเร็งปากมดลูก

สวัสดีค่ะสำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของมะเร็งปากมดลูกกันซึ่งเชื่อว่าสาว ๆ ส่วนใหญ่นั้นก็ค่อนข้างจะเป็นกันเยอะเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกโลกที่ติดได้จากการมีเพศสัมพันธ์และหลาย ๆ สาเหตุซึ่งสามารถทำให้คุณนั้นเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ไม่ได้เพราะฉะนั้นแล้วถ้าใครที่คิดว่าตัวเองนั้นกำลังเสี่ยงหรืออยากจะรู้ว่าสาเหตุของการเสี่ยงนั้นมาจากไหนวันนี้เราเลยจะมาแนะนำสาเหตุข้างต้น กันค่ะว่าสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นมันมาจากไหน และมีอาการอะไรยังไง เราจะทำยังไง สำหรับใครที่กำลังคิดว่าอยู่ในภาวะ เสี่ยง ก็อย่าพลาดดูนะค่ะเพราะบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณได้อย่างมากเลยทีเดียวละค่ะสำหรับใครที่กลัวหรือคิดว่าตัวเองนั้นจะอยู่ใน ภาวะการเสี่ยงไหม ตัวเราเสี่ยงกับโรคมะเร็งปากมดลูกหรือไม่อัตราเสี่ยงเกิดได้ดังนี้คะ มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปีเปลี่ยนคู่นอนบ่อยสามีหรือคู่นอนสำส่อนทางเพศสตรีที่เคยเป็นโรคติดเชื้อจากการร่วมเพศ เช่น กามโรคสตรีที่เคยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่บริเวณอวัยวะเพศ เช่น เริม หงอนไก่ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือบกพร่อง เช่น ผู้ที่รับยาหลังการเปลี่ยนอวัยวะหรือผู้ติดเชื้อเอดส์สตรีที่ติดบุหรี่ หรือผู้ใกล้ชิดเป็นผู้ติดบุหรี่การขาดสารอาหารบางชนิดพันธุกรรม พวกนี้จะทำให้เรานั้นอยู่ในภาวะการเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วต้องระวังค่ะและก็พยายามรักษาทำความสะอาดดูแลกลิ่นอับหรือเรื่องของความสกแรกเยอะ ๆ คะ

อาการมะเร็งปากมดลูก

อาการของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกจะมากหรือน้อยขึ้นกับระยะของมะเร็ง ในระยะแรกอาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธีแปปสเมียร์ อาการที่อาจพบในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ได้แก่

การตกเลือดทางช่องคลอด เป็นอาการที่พบได้มากที่สุดประมาณร้อยละ 80 – 90 ของผู้ป่วย ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ มีน้ำปนเลือด ตกขาวปนเลือด เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน

อาการในระยะหลังเมื่อมะเร็งลุกลามหรือไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ได้แก่ ขาบวม ปวดหลัง ปวดก้นกบ ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด เป็นต้น

มะเร็งช่องปาก ระยะแรก

มะเร็งช่องปาก ระยะแรก

สวัสดีค่ะสำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของมะเร็งช่องปากกัน เชื่อว่าหลาย ๆ คนนั้นก็คงจะกลัวและก็คงจะคิดว่า อี๋…….มะเร็งช่องปากน่ากลัวเป็นที่สุดมันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน และทำยังไงนะฉันถึงจะไม่เป็นมะเร็งช่องปากนึกถึงตอนเคี้ยวข้าวแล้วนี่คงจะลำบากแบบสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมนี่

แน่นอนค่ะวันนี้เราเลยจะมาแนะนำ เรื่องของมะเร็งช่องปากกันว่าสาเหตุมาจากอะไรและมะเร็งช่องปากนั้นในระยะแรกเราจะเริ่มสังเกตได้ยังไงว่าฉันเป็นนะ ฉันไม่เป็นนะ สำหรับมะเร็งช่องปากนั้นส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีวัยอายุ 40 ปีขึ้นไปและ ส่วนใหญ่จะ มาจากสาเหตุของการดูดบุหรี่จัดมาก ๆ ซึ่งสารในบุหรี่ก็อย่างที่รู้ ๆ นะคะ ว่ามันเป็นอันตรายต่อสุขภาพปอด ช่องปาก หลอดลมและกระบวนการอื่น ๆ มากมาย จมูกเงี่ย! เราสูดดมมันเข้าไป มีหวัง ได้รับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งมากมายเลยทีเดียว อาการของมะเร็งในช่องปากนั้นจะมีอะไรบ้างเรามาดูกันดีกว่าว่าคุณนั้นจะอยู่ในระยะเสี่ยงรึเปล่าอาการนั้นจะมีดังนี้ อาการเจ็บที่ริมฝีปาก เหงือก หรือภายในช่องปาก ซึ่งมีเลือดออกได้ง่าย และไม่หายขาดฝ้าขาวหรือแดงที่เหงือก ลิ้น หรือภายในช่องปาก มีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร เจ็บปากแบบหาสาเหตุไม่ได้รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรอยู่ที่เหงือกหรือ ในปาก เสียงเปลี่ยนไป และขากรรไกรทำให้การสบฟันผิดปกติทั้งหลายเหล่านี้คือ ระยะแรกค่ะของการเริ่มต้น เพราะฉะนั้นควรจะระมัดระวังให้ดีเพราะเป็นทีมันหายยากนะจ้าขอบอก!